Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58597)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาคำสั่งของศาลที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่กรณีเป็นชั้นขอให้พิจารณาใหม่คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 44,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 เมษายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (23 กันยายน 2534) จะต้องไม่เกิน29,536.11 บาท ตามขอจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้ส่งคำบังคับให้จำเลยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2535จำเลยมิได้ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ และตามคำร้องไม่มีเหตุแห่งการที่ล่าช้าหรือพฤติการณ์นอกเหนือที่จำเลยไม่อาจยื่นคำขอได้ภายในเวลาที่กำหนด จึงไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 50)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำแถลงประกอบว่า จำเลยยื่นฎีกาโดยได้เสียค่าขึ้นศาลครบถ้วนแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาโดยเสียค่าธรรมเนียมอุทธรณ์คำสั่งแล้ว ส่วนหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา ได้มีการบังคับคดีโดยโจทก์ได้นำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์แล้วจึงเป็นหลักประกันเพียงพอจะชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าภูมิลำเนาตามฟ้องเป็นภูมิลำเนาของจำเลย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยจึงเป็นการส่งโดยชอบ และในการ พิจารณาสืบพยานโจทก์ เสมียนทนายจำเลยผู้รับมอบฉันทะจาก ทนายจำเลยได้เซ็นทราบวันนัดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จึงถือ ว่าจำเลยทราบนัดโดยชอบกับได้ความว่าเจ้าพนักงานศาลได้นำ คำบังคับไปส่งให้บุตรชายจำเลยซึ่งมีอายุเกินยี่สิบปีและ อยู่บ้านเรือนเดียวกับจำเลยเป็นผู้รับแทน จึงถือว่าเป็นการส่งคำบังคับโดยถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ที่จำเลย ฎีกาว่า การส่งคำบังคับให้จำเลยมีบุคคลอื่นซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุตรของจำเลยรับไว้แทน จำเลยจึงไม่ทราบว่าจำเลย ถูกฟ้องและแพ้คดี ต้องชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ ต่อเมื่อโจทก์ นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการบังคับคดี จำเลยจึงทราบและมายื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนดแล้ว เป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งการยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 551/2537นางโยก ฉัตรทองโจทก์นายเสียบหรือเสียม ครองชื่นจำเลยนายคงฤทธิ์ จันทา ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาคำสั่งของศาลที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่กรณีเป็นชั้นขอให้พิจารณาใหม่คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 44,500 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 เมษายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (23 กันยายน 2534) จะต้องไม่เกิน29,536.11 บาท ตามขอจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้ส่งคำบังคับให้จำเลยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2535จำเลยมิได้ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ และตามคำร้องไม่มีเหตุแห่งการที่ล่าช้าหรือพฤติการณ์นอกเหนือที่จำเลยไม่อาจยื่นคำขอได้ภายในเวลาที่กำหนด จึงไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 50)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำแถลงประกอบว่า

จำเลยยื่นฎีกาโดยได้เสียค่าขึ้นศาลครบถ้วนแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาโดยเสียค่าธรรมเนียมอุทธรณ์คำสั่งแล้ว ส่วนหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา ได้มีการบังคับคดีโดยโจทก์ได้นำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์แล้วจึงเป็นหลักประกันเพียงพอจะชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าภูมิลำเนาตามฟ้องเป็นภูมิลำเนาของจำเลย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยจึงเป็นการส่งโดยชอบ และในการ พิจารณาสืบพยานโจทก์ เสมียนทนายจำเลยผู้รับมอบฉันทะจาก ทนายจำเลยได้เซ็นทราบวันนัดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จึงถือ ว่าจำเลยทราบนัดโดยชอบกับได้ความว่าเจ้าพนักงานศาลได้นำ

คำบังคับไปส่งให้บุตรชายจำเลยซึ่งมีอายุเกินยี่สิบปีและ อยู่บ้านเรือนเดียวกับจำเลยเป็นผู้รับแทน จึงถือว่าเป็นการส่งคำบังคับโดยถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ที่จำเลย ฎีกาว่า การส่งคำบังคับให้จำเลยมีบุคคลอื่นซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุตรของจำเลยรับไว้แทน จำเลยจึงไม่ทราบว่าจำเลย ถูกฟ้องและแพ้คดี ต้องชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ ต่อเมื่อโจทก์ นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการบังคับคดี จำเลยจึงทราบและมายื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนดแล้ว เป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งการยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไข

เพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up