Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5863/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2533 แล้ว ต่อมาวันที่ 26 กรกฎาคม 2533โจทก์ได้มาตรวจสำนวนและทราบว่ามีการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบและอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังแล้วโจทก์จึงขอคัดเอกสารที่เกี่ยวข้องไป หากจะฟังว่าการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบโดยการปิดประกาศที่หน้าศาลเป็นการไม่ชอบก็ถือได้ว่าโจทก์ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบในวันดังกล่าวซึ่งหากโจทก์ประสงค์จะขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว โจทก์ก็จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายในแปดวันนับแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2533 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบนั้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 วรรคสอง ที่โจทก์มายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวในวันที่ 9 สิงหาคม 2533จึงเกินกำหนดแปดวัน เป็นคำร้องที่ไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนรับโจทก์ที่ 1เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ต่อมาศาลชั้นต้นส่งหมายแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความทราบ แต่ส่งหมายนัดให้แก่โจทก์ทั้งสองตามภูมิลำเนาที่ระบุในคำฟ้องไม่ได้ โดยได้รับแจ้งว่าไม่มีตัวโจทก์และไม่มีบ้านเลขที่ตามที่ระบุในคำฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้ปิดประกาศแจ้งวันนัดให้โจทก์ทั้งสองทราบที่หน้าศาลแทนการส่งหมาย ครั้นถึงวันนัดวันที่12 มีนาคม 2533 โจทก์ทั้งสองไม่มาศาล ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปโดยให้ถือว่าได้อ่านให้โจทก์ทั้งสองฟังโดยชอบแล้วต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม 2533 โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องว่าโจทก์ทั้งสองไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ การที่ศาลชั้นต้นปิดประกาศแจ้งวันนัดให้โจทก์ทั้งสองทราบที่หน้าศาลนั้นไม่ชอบ

โจทก์ทั้งสองยังคงมีภูมิลำเนาตามที่ระบุในคำฟ้อง ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ และกำหนดวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสองเป็นการส่งตามที่อยู่ซึ่งโจทก์ทั้งสองได้ระบุไว้ในคำฟ้องโดยที่ไม่ปรากฎว่าได้มีการขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ต้องถือว่าโจทก์ทั้งสองยังคงมีภูมิลำเนาตามฟ้อง เมื่อไม่สามารถส่งให้โจทก์ทั้งสองโดยวิธีธรรมดาได้ การที่ศาลสั่งให้ปิดประกาศแจ้งวันนัดให้โจทก์ทั้งสองทราบที่หน้าศาลจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ให้ยกคำร้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ศาลชั้นต้นส่งหมายแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสองตามภูมิลำเนาที่ระบุในคำฟ้องไม่ได้ เพราะได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองจากตำบลเสาธงไปเป็นตำบลทางพูน อำเภอร่อนพิบูลย์จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสองทราบโดยการปิดประกาศที่หน้าศาลตลอดมาครั้นถึงวันนัดฝ่ายโจทก์ไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยร่วมฟัง โดยถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสองฟังโดยชอบแล้ว ต่อมาโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องอ้างว่าการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แก่โจทก์ทั้งสองโดยวิธีการปิดประกาศหน้าศาลเป็นการไม่ชอบ

ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณานับตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสองทราบ และนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ใหม่พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ทั้งสองแต่เพียงว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ใหม่หรือไม่ สำหรับปัญหานี้ศาลฎีกาเห็นว่าการขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ โจทก์ทั้งสองจะต้องยื่นคำร้องขอเพิกถอนภายในแปดวันนับแต่วันที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสองข้อเท็จจริงได้ความว่า หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2533 แล้ว ต่อมาวันที่ 26 กรกฎาคม2533 โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ที่ 2ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้น

ขอถ่ายสำเนาหนังสือศาลจังหวัดทุ่งสงลงวันที่ 26 มกราคม 2533 รายงานการส่งหมายนัดถึงโจทก์ทั้งสองประกาศของศาลชั้นต้นลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2533 สำเนาใบสำคัญเพื่อแสดงว่าคำพิพากษาคดีได้ถึงที่สุดแล้ว รายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2533 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งสองถ่ายเอกสารดังกล่าว และรองจ่าศาลได้ดำเนินการถ่ายเอกสารดังกล่าวกับมอบให้โจทก์ทั้งสองรับไปในวันเดียวกันนั้น แสดงว่าในวันที่ 26 กรกฎาคม 2533โจทก์ทั้งสองได้มาตรวจสำนวนและทราบว่ามีการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสองทราบและอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังแล้วโจทก์ทั้งสองจึงขอคัดเอกสารที่เกี่ยวข้องไป

หากจะฟังว่าการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบโดยการปิดประกาศที่หน้าศาลเป็นการไม่ชอบดังที่โจทก์ทั้งสองอ้าง ก็ถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้ทราบเรื่องผิดระเบียบในวันดังกล่าว ซึ่งหากโจทก์ทั้งสองประสงค์จะขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว โจทก์ทั้งสองก็จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายในแปดวันนับแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2533ที่โจทก์ทั้งสองมายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวในวันที่ 9 สิงหาคม 2533 จึงเกินกำหนดแปดวัน เป็นคำร้องที่ไม่ชอบที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของโจทก์ทั้งสอง ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากร อัชกุล · สนัด หมายสวัสดิ์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1105/2541

จำเลยฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฟ้องแย้งของจำเลยและโจทก์ไม่คัดค้าน เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยก็ไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งในเรื่องนี้ครั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยเห็นว่าการนำสืบขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192/2540

ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาและคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในวันที่2 กุมภาพันธ์ 2538 โดยได้มีการส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาและคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้ทนายจำเลยทั้งสองทราบนัดโดยการปิดหมายตามคำสั่งศาลที่สำนักทำการงานเมื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6384/2538

พนักงานเดินหมายส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่ทนายจำเลยโดยมีผู้รับแทนตามภูมิลำเนาที่ทนายแจ้งไว้ในคำแก้อุทธรณ์แต่ปรากฏว่าทนายจำเลยไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ตามที่แจ้งไว้ในคำแก้อุทธรณ์เพร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1036/2537

จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาที่แน่นอนจึงไม่ใช่กรณีที่ไม่สามารถส่งหมายให้แก่จำเลยที่ 1 ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ได้ การส่งหมายแจ้งวันนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 26 มีนาคม 2534 ให้จำเลยที่ 1 ทราบโดยวิธี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2527

การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดให้โจทก์ฟังไปฝ่ายเดียวโดยที่ส่งหมายให้จำเลยไม่ได้จำเลยจึงไม่ทราบนัดและไม่มาศาลนั้น เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทำให้กระบวนพิจารณาหลังจากนั้นต่อมาเป็นก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้