Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58644)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์แม้จะอ้างว่าเป็นข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องว่า เนื่องจากศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์แล้วจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้อีก โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า การนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งสี่รับฟังได้เพียงใดคำรับของจำเลยทั้งสี่และการรับฟังพยานในคดีนี้ รับฟังได้มากน้อยเพียงใด และค่าทวงถามเป็นค่าเสียหายจากมูลละเมิดหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มีสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย จากศาลฎีกาทั้งสิ้นขอศาลอุทธรณ์ (ที่ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 3)ได้ส่งไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ชำระเงินจำนวน 150 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2535 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากคดีนี้มี จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 228 วรรคแรก จึงไม่รับอุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ ยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา พร้อมกับอุทธรณ์อีกฉบับหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า เนื่องจาก ศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์แล้วจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้อีก(อันดับ 49,51,52) โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้วที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องของ โจทก์ไปโดยมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ฉบับที่สองของโจทก์ที่ยื่นมาพร้อมคำร้องด้วยนั้น เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิวรรคแรกให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี (อันดับ 61) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับหลังดังกล่าว (อันดับ 52) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 63) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วคดีนี้โจทก์อุทธรณ์ฉบับที่สองเมื่อวันที่16 กันยายน 2536 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537 ตามคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 2301/2536กรณีต้องถือว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ได้สั่งคำร้องของ โจทก์ที่ขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาซึ่งได้สั่งเมื่อวันที่16 กันยายน 2536 นั้น มีผลเป็นคำสั่งให้ยกคำร้อง ซึ่งคำสั่งนี้เป็นที่สุด และต้องถือว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ที่ได้ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิวรรคแรก การที่โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่11 กุมภาพันธ์ 2537 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าวพอแปลได้ว่าเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 จึงให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาคำร้องนี้ให้จำเลยทั้งสี่แล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อพิจารณาสั่งต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 767/2537นายเพียร เกราะแก้วโจทก์นายถาวร ตำเสก กับพวกจำเลยนายเพียร เกราะแก้ว โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 223 ทวิ วรรคแรก ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์แม้จะอ้างว่าเป็นข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องว่า เนื่องจากศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์แล้วจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้อีก โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า การนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งสี่รับฟังได้เพียงใดคำรับของจำเลยทั้งสี่และการรับฟังพยานในคดีนี้ รับฟังได้มากน้อยเพียงใด และค่าทวงถามเป็นค่าเสียหายจากมูลละเมิดหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มีสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย จากศาลฎีกาทั้งสิ้นขอศาลอุทธรณ์ (ที่ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 3)ได้ส่งไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ชำระเงินจำนวน 150 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2535 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากคดีนี้มี จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 228 วรรคแรก จึงไม่รับอุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ ยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา พร้อมกับอุทธรณ์อีกฉบับหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า เนื่องจาก ศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์แล้วจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้อีก(อันดับ 49,51,52) โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้วที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องของ โจทก์ไปโดยมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ฉบับที่สองของโจทก์ที่ยื่นมาพร้อมคำร้องด้วยนั้น เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิวรรคแรกให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี (อันดับ 61)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับหลังดังกล่าว (อันดับ 52) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 63) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วคดีนี้โจทก์อุทธรณ์ฉบับที่สองเมื่อวันที่16 กันยายน 2536 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537 ตามคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 2301/2536กรณีต้องถือว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ได้สั่งคำร้องของ โจทก์ที่ขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาซึ่งได้สั่งเมื่อวันที่16 กันยายน 2536 นั้น มีผลเป็นคำสั่งให้ยกคำร้อง ซึ่งคำสั่งนี้เป็นที่สุด และต้องถือว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ที่ได้ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิวรรคแรก การที่โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่11 กุมภาพันธ์ 2537 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าวพอแปลได้ว่าเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 จึงให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาคำร้องนี้ให้จำเลยทั้งสี่แล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อพิจารณาสั่งต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9407/2546

กรณีที่คู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นต้องส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งโดยไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2298/2541

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง 2 ประการ คือ สั่งไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ และสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ในกรณีสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์หากจำเลยไม่เห็นด้วยต้องทำเป็นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6968/2540

จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์มาชำระ แต่จำเลยไม่ชำระภายในกำหนดแม้ต่อมาจะพ้นระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วก็ตาม แต่เมื่อคำสั่งของศาลชั้นต้นดัง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56481)

ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอยื่น อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสองมิได้วางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์และค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2568

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 คดียั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้