Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 589756)

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 275 และมาตรา 276 กับการร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ทำการยึดทรัพย์หรืออายัดเงินหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นกระบวนการคนละขั้นตอนกันก็ตาม แต่หากศาลเห็นว่าทรัพย์สินหรือเงินหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามมาตรา 285 และมาตรา 286 ศาลย่อมมีอำนาจปฏิเสธไม่ออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา จำเลยที่ 2 จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 จึงไม่เป็นส่วนราชการ แต่มีฐานะเป็นองค์การของรัฐที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมาตรา 68 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 มีรายได้จากเงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดหาผลประโยชน์ กับมีรายได้จากผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของจำเลยที่ 2 รวมอยู่ด้วย และมาตรา 68 วรรคสอง บัญญัติว่า รายได้ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ทั้งพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติให้ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี สิทธิเรียกร้องที่จำเลยที่ 2 มีต่อบุคคลภายนอกจึงไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1307 ที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 285 (4) ศาลแรงงานกลางต้องออกหมายบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 ที่มีต่อบุคคลภายนอกให้แก่โจทก์ทั้งสามสิบเจ็ด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1307 ป.วิ.พ. มาตรา 275 ป.วิ.พ. มาตรา 276 ป.วิ.พ. มาตรา 285 ป.วิ.พ. มาตรา 286 พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มาตรา 68

คำฟ้องและคำให้การ

คดีเดิมมีเก้าสิบแปดสำนวนโดยศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกับหมายเลขแดงที่ 2123/2549 ซึ่งโจทก์ถอนฟ้องในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง โดยให้เรียกโจทก์ทั้งเก้าสิบแปดสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 91 และที่ 93 ถึงที่ 99 ตามลำดับ เรียกนายอมรเทพว่า จำเลยที่ 1 เรียกสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาว่า จำเลยที่ 2 และเรียกนางกุลวดีว่า จำเลยที่ 3 คดีคงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะสามสิบเก้าสำนวนนี้

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 91 และที่ 93 ถึงที่ 99 ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานและขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้โจทก์แต่ละคนพร้อมดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โดยโจทก์ในคดีเดิมทั้งเก้าสิบแปดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2 (ประเด็นที่ศาลแรงงงานกลางกำหนดไว้ว่าจำเลยที่ 2 จะต้องจ่ายค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด) โดยให้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงในปัญหาที่ว่า ในทางปฏิบัติเท่าที่ผ่านมาองค์การค้าของคุรุสภาหรือจำเลยที่ 2 ปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนตามมติคณะรัฐมนตรีทุกครั้งที่มีมติให้ปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนลูกจ้างรัฐวิสาหกิจให้แก่ลูกจ้างองค์การค้าของคุรุสภาหรือจำเลยที่ 2 ประเภทใดบ้าง โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ หรือมีเงื่อนไขอย่างอื่นอีกหรือไม่ อย่างไร อันจะถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยปริยายที่จำเลยที่ 2 ต้องปฏิบัติตามที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 91 และที่ 93 ถึงที่ 99 ฟ้องหรือไม่ แล้วดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสาม ต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าจ้างให้แก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 91 และที่ 93 ถึงที่ 99 พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คดีถึงที่สุด โจทก์ที่ 2 ที่ 30 ที่ 31 ที่ 33 ที่ 34 ที่ 37 ที่ 38 ที่ 41 ที่ 42 ที่ 44 ถึงที่ 50 ที่ 52 ที่ 54 ที่ 55 ที่ 58 ที่ 60 ถึงที่ 62 ที่ 65 ถึงที่ 67 ที่ 69 ที่ 72 ถึงที่ 76 ที่ 79 ที่ 82 ถึงที่ 84 ที่ 86 ที่ 91 ที่ 95 และที่ 98 รวม 40 คน ยื่นคำขอต่อศาลแรงงานกลางเพื่อให้ออกหมายบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 ที่มีต่อบุคคลภายนอก

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 มีฐานะเป็นส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 จึงเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ต้องห้ามมิให้ยึดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1307 และไม่อยู่ในข่ายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 (4) จึงไม่มีเหตุให้ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ยกคำร้อง โจทก์ที่ 2 ที่ 30 ที่ 31 ที่ 33 ที่ 34 ที่ 37 ที่ 38 ที่ 41 ที่ 42 ที่ 44 ถึงที่ 50 ที่ 52 ที่ 54 ที่ 55 ที่ 58 ที่ 60 ถึงที่ 62 ที่ 66 ที่ 67 ที่ 69 ที่ 72 ถึงที่ 76 ที่ 79 ที่ 82 ถึงที่ 84 ที่ 86 ที่ 91 ที่ 95 และที่ 98 รวม 39 คน อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ที่ 72 และที่ 95 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ที่ 30 ที่ 31 ที่ 33 ที่ 34 ที่ 37 ที่ 38 ที่ 41 ที่ 42 ที่ 44 ถึงที่ 50 ที่ 52 ที่ 54 ที่ 55 ที่ 58 ที่ 60 ถึงที่ 62 ที่ 66 ที่ 67 ที่ 69 ที่ 73 ถึงที่ 76 ที่ 79 ที่ 82 ถึงที่ 84 ที่ 86 ที่ 91 และที่ 95 รวม 37 คน ว่า การที่ศาลแรงงานกลางปฏิเสธไม่ออกหมายบังคับคดีให้แก่โจทก์ทั้งสามสิบเจ็ดชอบหรือไม่ โดยโจทก์ทั้งสามสิบเจ็ดอุทธรณ์ว่า การตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียังไม่ใช่การยึดทรัพย์ ทั้งการออกหมายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 275 ก็มิได้บัญญัติห้ามมิให้ออกหมายบังคับคดีในกรณีลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหน่วยงานของรัฐ

ส่วนการบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 จะทำได้เพียงใด เป็นกระบวนการในการบังคับคดีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งต่างหาก ประกอบกับคำขอออกหมายบังคับคดีของโจทก์ทั้งสามสิบเจ็ด เป็นการอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 ที่มีต่อบุคคลภายนอก มิใช่สิทธิที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี เห็นว่า แม้การขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 275 และมาตรา 276 กับการร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ทำการยึดทรัพย์หรืออายัดเงินหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นกระบวนการคนละขั้นตอนกันก็ตาม แต่หากศาลเห็นว่าทรัพย์สินหรือเงินหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามมาตรา 285 และมาตรา 286 ศาลย่อมมีอำนาจปฏิเสธไม่ออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้

คดีนี้ศาลแรงงานกลางได้มีคำบังคับให้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำบังคับ โดยเจ้าพนักงานศาลส่งคำบังคับไปยังจำเลยที่ 2 โดยชอบแล้ว และระยะเวลาที่ศาลได้กำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ล่วงพ้นไปแล้ว ทั้งคำขอให้ออกหมายบังคับคดีของโจทก์ทั้งสามสิบเจ็ดมีข้อความระบุไว้ครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 275 แล้ว การจะออกหมายบังคับคดีให้โจทก์ทั้งสามสิบเจ็ดหรือไม่ จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยเพียงว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 ที่มีต่อบุคคลภายนอกเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ที่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 2 จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

พ.ศ.2546 จำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นส่วนราชการ แต่เป็นองค์การของรัฐที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 มีรายได้จากเงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดหาผลประโยชน์ กับมีรายได้จากผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของจำเลยที่ 2 รวมอยู่ด้วย และมาตรา 68 วรรคสอง บัญญัติว่า "รายได้ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ" ทั้งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ไม่มีบทบัญญัติให้ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ดังนั้นสิทธิเรียกร้องที่จำเลยที่ 2 มีต่อบุคคลภายนอกจึงไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1307 ที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 (4) ศาลแรงงานกลางจึงต้องออกหมายบังคับคดีให้โจทก์ทั้งสามสิบเจ็ด ที่ศาลแรงงานกลางปฏิเสธไม่ออกหมายบังคับคดีให้โจทก์ทั้งสามสิบเจ็ดไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามสิบเจ็ดฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดีให้แก่โจทก์ทั้งสามสิบเจ็ดต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมจิตร์ ทองศรี · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วิชัย เอื้ออังคณากุล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.690-727/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ5855/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2033/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 554/2529

คำขอฝ่ายเดียวที่ยื่นต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา275,276นั้นศาลไม่จำต้องออกหมายบังคับคดีให้ทันทีเมื่อศาลเห็นว่าสิทธิเรียกร้องตามคำขอของโจทก์นั้นไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีก็ย่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5094/2565

โจทก์บรรยายคำขอออกหมายบังคับคดีไว้โดยละเอียดถึงข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองว่าได้มีการตกลงกันอย่างไร หากมีการผิดสัญญาจะต้องบังคับคดีกันอย่างไร ทั้งได้ระบุไว้ด้วยว่า "จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2561

สภาพแห่งการบังคับคดีที่จะบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมก็ดี หรือชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองก็ดี มิใช่เรื่องที่เปิดช่องให้ทำได้โดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงไม่อาจร้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10209/2553

ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 271 ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามิได้ปฏิบัติตามคำพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้