Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกขอแสดงกรรมสิทธิ์และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์และครอบครองปรปักษ์กว่า 10 ปี ศาลชั้นต้นกะประเด็นว่าจำเลยครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์หรือไม่ ดังนี้ ไม่มีประเด็นในฟ้องว่าโจทก์ซื้อที่ดินจดทะเบียนโดยสุจริต ศาลยกขึ้นวินิจฉัยให้โจทก์ชนะคดีไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 1633 เนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา ส่วนจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดที่ 1845 ติดกับด้านใต้และด้านตะวันตกของที่ดินโจทก์บางส่วน ที่ดินทั้งสองแปลงอยู่แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2516 โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานไปรังวัดแบ่งแยกที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองคัดค้านและชี้เขตที่ดินของจำเลยรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ประมาณ 200 ตารางวาตามรูปเส้นสีแดงในแผนที่ท้ายฟ้อง ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องต่อไปจำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเดิมเป็นของมารดาจำเลยที่ 1 เป็นที่ดินมีโฉนดซึ่งมารดาได้ยกให้จำเลยทั้งสองเข้าครอบครองโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมา 30 ปีแล้ว

ระหว่างที่ดินของโจทก์และจำเลยมีคูน้ำเป็นเขตศาลชั้นต้นชี้สองสถานและกะประเด็นข้อพิพาทว่า1) ที่พิพาทอยู่ในโฉนดของโจทก์หรือของจำเลย2) จำเลยได้ครอบครองปรปักษ์ที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์แล้วหรือไม่เมื่อพิจารณาคดีแล้วศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ แต่จำเลยทั้งสองได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปี จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว โจทก์จดทะเบียนซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริต แม้สิทธิของจำเลยทั้งสองผู้ได้มานั้นยังมิได้จดทะเบียน ก็ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้ 1,000 บาทโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น และพิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 500 บาทแทนจำเลยโจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยไม่สุจริตเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น และจำเลยไม่ได้จดทะเบียนสิทธิครอบครองให้ถูกต้องตามกฎหมาย

จำเลยจะมาอ้างอำนาจการครอบครองปรปักษ์ใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอันได้กรรมสิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ แต่จำเลยทั้งสองได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า 10 ปี จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว สำหรับปัญหาว่า สิทธิของจำเลยทั้งสองผู้ได้ที่พิพาทมาซึ่งยังมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้หรือไม่นั้น ในปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาได้พิจารณาคำบรรยายฟ้องของโจทก์แล้ว ฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างเพียงว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 1633 เนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานไปรังวัดแบ่งแยกที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองคัดค้านและชี้เขตที่ดินของจำเลยรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ประมาณ 200 ตารางวา ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์

จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทอยู่ในที่ดินมีโฉนดซึ่งมารดาจำเลยยกให้ และจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมาเกิน 10 ปี จนได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองแล้ว ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้ซื้อที่ดินพิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต จำเลยจึงมิได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยไม่สุจริต ตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลย ประเด็นข้อพิพาทของคดีจึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ว่า ที่พิพาทอยู่ในโฉนดของโจทก์หรือของจำเลย และฝ่ายจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์มาจนได้กรรมสิทธิ์ดังข้อต่อสู้ของจำเลยหรือไม่ และคดีไม่มีประเด็นในเรื่องที่โจทก์ซื้อที่พิพาทไว้ โดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตหรือไม่

การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกข้อที่ไม่มีประเด็นขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 คู่ความจะยกปัญหานี้ขึ้นเป็นประเด็นอุทธรณ์ฎีกาต่อมาหาได้ไม่ แม้ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวให้ก็เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาเกี่ยวกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสองตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมา เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสองได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382โจทก์จึงต้องแพ้คดี ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนในผลแห่งคดีที่ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 600 บาทแทนจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุบ วีระเวคิน · สงวน สิทธิไชย · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2568

แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้