Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59697)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้วเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 1 ปี และศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าวจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 1 และข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยผิดไปจากบทบัญญัติของกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในข้อ 1 และข้อ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 34,41,81 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,264,265,267,268,91,83,33 ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม จึงลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมใบแจ้งย้ายที่อยู่ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอม จำคุก 1 ปี ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือของสำนักงานเขตพญาไท ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือฯ จำคุก 1 ปี ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน จำคุก 6เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมใบแจ้งที่อยู่ ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมจำคุก 6 เดือน ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือของสำนักงานเขตพญาไท ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือฯ จำคุก 6 เดือนฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน จำคุก 3 เดือน เรียงกระทงลงโทษจำเลยแล้ว รวมจำคุก 1 ปี 9 เดือน ริบของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมใบแจ้งย้ายที่อยู่ กับความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเป็นกรรมเดียวกัน ให้ลงโทษบทหนักฐานใช้เอกสารราชการปลอมบทเดียวรวมโทษจำคุกทุกกระทงหลังจากลดโทษเพราะรับสารภาพแล้ว คงจำคุก1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 55)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 59)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาจำเลยที่ว่าการปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมใบแจ้งที่อยู่กับการปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือของสำนักงานเขตพญาไทเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 และไม่มีเหตุสมควรจะวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1806/2532พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีโจทก์นายมีชัย หรือเอียงใช้ แซ่แต้ หรือ แซ่เลี้ยงจำเลยนายมีชัย หรือเอียงใช้ แซ่แต้ หรือแซ่เลี้ยง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 224 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้วเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 1 ปี และศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าวจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 1 และข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยผิดไปจากบทบัญญัติของกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในข้อ 1 และข้อ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 34,41,81 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,264,265,267,268,91,83,33 ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม จึงลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมใบแจ้งย้ายที่อยู่ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอม จำคุก 1 ปี ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือของสำนักงานเขตพญาไท ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือฯ จำคุก 1 ปี ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน จำคุก 6เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมใบแจ้งที่อยู่ ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมจำคุก 6 เดือน ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือของสำนักงานเขตพญาไท ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือฯ จำคุก 6 เดือนฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน

จำคุก 3 เดือน เรียงกระทงลงโทษจำเลยแล้ว รวมจำคุก 1 ปี 9 เดือน ริบของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมใบแจ้งย้ายที่อยู่ กับความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเป็นกรรมเดียวกัน ให้ลงโทษบทหนักฐานใช้เอกสารราชการปลอมบทเดียวรวมโทษจำคุกทุกกระทงหลังจากลดโทษเพราะรับสารภาพแล้ว คงจำคุก1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 55)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 59)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาจำเลยที่ว่าการปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมใบแจ้งที่อยู่กับการปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมหนังสือของสำนักงานเขตพญาไทเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 และไม่มีเหตุสมควรจะวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59945)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามฎีกาข้อ ก.นั้นศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจแก้บทและวรรคให้ถูกต้องโดยมิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ ขและคเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61298)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลชั้นต้นวินิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2562

แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5258/2558

การที่จำเลยกระทำการปลอมเอกสารใบรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษของที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก ด้วยการกรอกข้อความให้ปรากฏว่าเป็นการรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษว่าได้ส่งไปตามหน่วยราชการต่าง ๆ แล้วอันเป็นเท็จ นั้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้