Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59840)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นคำสั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับชั้นอุทธรณ์ อำนาจในการสั่งเป็นอำนาจเฉพาะศาลเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในเรื่องนี้อย่างไรแล้ว คู่ความไม่มีสิทธิยื่นฎีกาคัดค้านคำสั่งนั้น ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยทั้งสองในระหว่างอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งประการใด จำเลยทั้งสองจึงฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228(2),(3) โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 29)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 260,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนี้ให้แก่โจทก์นับตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องว่า ถ้าจำเลยทั้งสองคนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นรวมทั้งดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี มาวางให้เป็นที่พอใจของศาลชั้นต้นและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง (อันดับ 7)วันนัดพิจารณาหลักประกัน ทนายจำเลยทั้งสองแถลงขอนำที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1604 ตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งโฉนดอยู่ที่โจทก์ ขอให้โจทก์นำมาวางเป็นประกันโจทก์แถลงคัดค้านว่า โจทก์ยึดถือโฉนดดังกล่าวไว้ประกันหนี้เงินกู้ให้จำเลยหาหลักประกันอื่นมาวาง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ถือได้ว่าจำเลยไม่มีหลักประกันมาวาง ถือว่าคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองเป็นอันยกไปตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ (อันดับ 9)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 10)ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสองขอให้ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์นำโฉนดที่ดินเลขที่ 1604 ตำบลคลองเขินอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มาวางศาลเพื่อเป็นหลักประกันศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยทั้งสองไม่มีหลักประกันมาวางเท่ากับศาลชั้นต้นไม่พอใจในหลักประกันที่จำเลยทั้งสองอ้าง เป็นการใช้อำนาจตามที่ศาลอุทธรณ์ให้ไว้ในคำสั่งเรื่องทุเลาการบังคับ ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ยกคำร้อง (อันดับ 19)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 21)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 26)ไม่ปรากฏใบแต่งทนายจำเลยทั้งสองในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งสองขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์แต่ไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงไม่ได้รับการทุเลาการบังคับคดี ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งลงวันที่ 30 สิงหาคม 2532 ยกคำร้องที่จำเลยทั้งสองขอวางหลักประกันอีก จึงเป็นคำสั่งในเรื่องขอทุเลาการบังคับคดีแต่เดิม ซึ่งเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิยื่นฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2014/2532อุบาสิกาทองใบ คงยนต์โจทก์นางสาวพัชรินทร์ กองทองหรือกรองทอง กับพวกจำเลยนางสาวพัชรินทร์ กรองทอง ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายชัยสิทธิ์ กรองทอง ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.พ.พ. ม. 231ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นคำสั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับชั้นอุทธรณ์ อำนาจในการสั่งเป็นอำนาจเฉพาะศาลเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในเรื่องนี้อย่างไรแล้ว คู่ความไม่มีสิทธิยื่นฎีกาคัดค้านคำสั่งนั้น ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยทั้งสองในระหว่างอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งประการใด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองจึงฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228(2),(3) โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 29)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 260,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนี้ให้แก่โจทก์นับตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องว่า ถ้าจำเลยทั้งสองคนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นรวมทั้งดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี มาวางให้เป็นที่พอใจของศาลชั้นต้นและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์

มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง (อันดับ 7)วันนัดพิจารณาหลักประกัน ทนายจำเลยทั้งสองแถลงขอนำที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1604 ตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งโฉนดอยู่ที่โจทก์ ขอให้โจทก์นำมาวางเป็นประกันโจทก์แถลงคัดค้านว่า โจทก์ยึดถือโฉนดดังกล่าวไว้ประกันหนี้เงินกู้ให้จำเลยหาหลักประกันอื่นมาวาง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ถือได้ว่าจำเลยไม่มีหลักประกันมาวาง ถือว่าคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองเป็นอันยกไปตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ (อันดับ 9)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 10)ศาลอุทธรณ์สั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสองขอให้ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์นำโฉนดที่ดินเลขที่ 1604 ตำบลคลองเขินอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มาวางศาลเพื่อเป็นหลักประกันศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยทั้งสองไม่มีหลักประกันมาวางเท่ากับศาลชั้นต้นไม่พอใจในหลักประกันที่จำเลยทั้งสองอ้าง เป็นการใช้อำนาจตามที่ศาลอุทธรณ์ให้ไว้ในคำสั่งเรื่องทุเลาการบังคับ ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ยกคำร้อง (อันดับ 19)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 21)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 26)ไม่ปรากฏใบแต่งทนายจำเลยทั้งสองในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งสองขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์แต่ไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงไม่ได้รับการทุเลาการบังคับคดี

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งลงวันที่ 30 สิงหาคม 2532 ยกคำร้องที่จำเลยทั้งสองขอวางหลักประกันอีก จึงเป็นคำสั่งในเรื่องขอทุเลาการบังคับคดีแต่เดิม ซึ่งเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิยื่นฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ประชา บุญวนิช · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6612/2558

สัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกนั้น สิทธิของบุคคลภายนอกจะมีหรือเกิดขึ้นในฐานะเป็นผู้รับประโยชน์ตั้งแต่เวลาที่ผู้รับประโยชน์ได้แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ขอเข้าถือเอาหรือรับประโยชน์จากสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 37…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7350/2537

สัญญาประกันภัยทางทะเลที่ทำขึ้นนั้น เมื่อประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายทะเล ทั้งไม่มีจารีตประเพณี จึงต้องวินิจฉัยคดีตามหลักกฎหมายทั่วไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4เมื่อกรมธรรม์ทำเป็นภาษาอังกฤษ จึงคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2807/2537

ศ. จดทะเบียนจำนองที่ดินและตึกแถวพิพาทไว้แก่ธนาคาร ก.และได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลย โดยมีข้อความระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยว่าให้ธนาคาร ก. เป็นผู้รับประโยชน์และระบุด้วยว่าสัญญาย่อมระงับไป เมื่อทรัพย์สินซ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59869)

ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 100)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 189,510.49 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59868)

ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 55)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่างวดแชร์พร้อมผลประโยชน์คืนโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 55,476 บาท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้