Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5987/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การร้องขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุว่าป่วยเจ็บนั้น ป.วิ.พ.มาตรา 40 และ 41 มิได้บังคับว่าผู้ที่อ้างว่าป่วยเจ็บนั้นจะต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดงด้วย จึงอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่าทนายจำเลยป่วยเจ็บจริงหรือไม่ หากศาลมีความสงสัยว่าทนายจำเลยจะป่วยเจ็บจริงหรือไม่ และอาการที่อ้างว่าป่วยเจ็บนั้นจะร้ายแรงถึงกับไม่สามารถจะมาศาลได้หรือไม่ ศาลก็มีอำนาจไต่สวนคำร้องขอเลื่อนคดีเสียก่อนได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 21(4) หรือจะตั้งเจ้าพนักงานศาลไปทำการตรวจดู ว่าทนายจำเลยป่วยเจ็บหรือไม่เพียงใดแล้วจึงวินิจฉัยและมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคำร้องนั้น ตามมาตรา 41.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ำจเลยและนายสุรฤทธิ์ คงมีสุข ได้กุ้ยืมเงินจากโจทก์กำหนดใช้เงินคืนภายใน 1 ปี ได้ทำสัญญากู้ยืมให้ไว้โดยใช้หนังสือซื้อขายเขียนแทนสัญญากู้และจำเลยยังได้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ยึดถือไว้เป้นประกันนับแต่กู้ยืมเงินไปแล้ว จำเลยไม่ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์จำเลยให้การว่า ำจเลยไม่เคยกู้ยืมเงินจากดจทก์ โดยใช้สัญญาซื้อขายเขียนแทนสัญญากู้ และจำเลยไม่ได้มอบอหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ยึดถือไว้เพื่อเป็นการประกันเงินกู้ แต่เป็นเรื่องจำเลยตกลงทำสัญญาขายฝากที่ดินให้โจทก์ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ทนายโจทก์ จำเลยและเสมียนทนายจำเลยมาศาล

ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องมายื่น ตามคำร้องอ้างว่าทนายจำเลยป่วยมีอาการปวดศรีษะ เจ็บคออันเนื่องมาจากไข้หวัดใหญ่จึงไม่สามารถมาซักค้านพยานโจทก์ได้ ขอเลื่อนคดี ทนายโจทก์แถลงคัดค้านว่า จำเลยประวิงคดี ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยอ้างว่าป่วยแต่มิได้มีใบรับรองแพทย์เป็นเพียงกล่าวอ้างลอย ๆ ประกอบกับจำเลยยังมิได้ยื่นบัญชีพยาน การกระทำของจำเลยมีเตหุเชื่อว่าเป็นการประวิงคดี และเพื่อจะขอยื่นบัญชีระบุพยาน จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี ค่าคำร้องเป็นพับ ให้โจทก์นำพยานเข้าสืบจนเสร็จ จำเลยไม่มีสิทธิสืบพยาน เพราะไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระงเินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาคา 2 พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทกืฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีข้อวินิจฉัยว่า ควรให้จำเลยเลื่อนคดีตามคำร้องของทนายจำเลยหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห้ฯว่า คู่ความจะร้องขอเลื่อนคดีได้จะต้องเป็นกรณีมีเหตุจำเป็นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 ที่ได้แก้ไขแล้วและการอนุญาตให้เลื่อนคดีหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล กล่าวคือศาลจะให้เลื่อนคดีหรือไม่ก็ได้ แต่ศาลก็ต้องใช้ดุลพินิจอย่างมีเหตุผลด้วย ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในวันนัดสืบพยานนัดแรกซึ่งเป็นการนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างเหตุว่าไม่สามารถมาศาลเพื่อซักค้านพยานโจทก์ได้เนื่องจากมีอาการปวดศีรษะเจ็บคออันเนื่องมาจากไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นการอ้างเหตุขอเลื่อนคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 41 หากข้ออ้างดังกล่าวเป็นความจริง ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุจำเป็นและมีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นควนให้เลื่อนคดีตามมาตรา 40 ดังกล่าว

เมื่อโจทก์รับสำเนาคำร้องขอเลื่อนคดีแล้วแถลงคัดค้านว่าจำเลยประวิงคดีโจทก์มิได้คัดค้านโดยตรงว่า จำเลยมิได้ป่วยเจ็บตามที่อ้างมาในคำร้องนั้นและมิได้คัดค้านว่าคำร้องของทนายจำเลยไม่เป็นความจริงจึงเท่ากับโจทก์ยอมรับว่าทนายจำเลยป่วยเจ็บตามที่อ้างมาในคำร้องนั้นที่ศาลชั้นต้นเห็นว่า ทนายจำเลยไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดงเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ นั้น เห็นว่า การร้องขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุว่าป่วยเจ็บนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 และ 41มิได้บังคับว่าผู้ที่อ้างว่าป่วยเจ็บนั้นจะต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดงด้วย จึงอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่าทนายจำเลยป่วยเจ็บจริงหรือไม่หากศาลมีความสงสัยว่าทนายจำเลยจะป่วยเจ็บจริงหรือไม่ และอาการที่อ้างว่าป่วยเจ็บนั้นจะร้ายแรงถึงกับไม่สามารถจะมาศาลได้หรือไม่ศาลก็มีอำนาจไต่สวนคำร้องขอเลื่อนคดีเสียก่อนได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21(4) หรือจะตั้งเจ้าพนักงานศาลไปทำการตรวจดูว่าทนายจำเลยป่วยเจ้บหรือไม่เพียงใดแล้วจึงวินิจฉัยและมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคำร้องนั้นตามมาตรา 41 ก็ได้

การที่ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินการตามบทกฎหมายดังกล่าว ย่อมแสดงว่าศาลชั้นต้นมิได้มีความสงสัยในเรื่องที่ทนายจำเลยอ้างว่าป่วยเจ็บตามคำร้องดังกล่าว จึงรับฟังได้ว่า ทนายจำเลยป่วยเจ็บและไม่สามารถมาศาลได้ เป็นกรณีมีเหตุจำเป็นสมควรให้เลื่อนคดีตามคำร้องของทนายจำเลย ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยยังมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้นั้น ก็เห็นว่า ไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาพิจารณาว่าสมควรให้เลื่อนคดีเพราะคู่ความอ้างว่าเป็นเจ็บตามมาตรา 40หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า มีเหตุสมควรให้จำเลยเลื่อนคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย ตันติกุลานันท์ · พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5734/2545

ในกรณีเจ้าหนี้ขอเลื่อนคดีในการพิจารณาคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่มีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้นัดแรกไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5700/2538

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องขอเลื่อนคดีมายื่น อ้างว่าทนายโจทก์ป่วยกะทันหันไม่สามารถมาว่าความได้โดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดง ซึ่งตามใบรับรองแพทย์ระบุว่าทนายโจทก์เป็นไข้หวัดเจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1927/2537

บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยอุทธรณ์มาตรา 198,200 และ 201 มีความหมายชัดเจนบังคับไว้ว่า เมื่อศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์แล้วเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่ต้องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5474/2550

ตามคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ปรากฏว่าทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ป่วยเป็นไข้ มีอาการวิงเวียนศีรษะ ส่วนที่จำเลยที่ 2 แจ้งว่าป่วยเป็นไข้หวัดนั้น โดยไม่มีใบรับรองแพทย์มายืนยันว่าป่วยถึงขนาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5090/2541

นับตั้งแต่วันนัดสืบพยานจำเลยครั้งแรกจนถึงวันนัดสืบพยานจำเลยครั้งสุดท้ายเป็นเวลานานถึง 8 เดือนเศษ ทั้งที่พยานจำเลยคงมีแต่ตัวจำเลยเพียงปากเดียวเท่านั้น และมีการส่งประเด็นไปสืบตัวจำเลยที่ศาลอื่นมาก่อน แล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้