Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60013)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลย 2,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำคุกจำเลย 6 เดือน จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ฎีกาข้อ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้ฎีกาข้อ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมิได้บรรยายลักษณะการเข้าร่วมกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เพียงพอให้จำเลยต่อสู้คดีได้ถูกต้อง จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยแม้ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตามและการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำคุก เป็นการพิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มโทษจำเลยแม้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขใหม่โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295,83 ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจำเลยมีอายุไม่มากนักและยังเป็นนักศึกษา เห็นควรลงโทษจำเลยในสถานเบาลงโทษปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปีแต่ไม่ลงโทษปรับ จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 28)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 30)คำสั่งตามฎีกาข้อ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในข้อนี้ชอบแล้ว ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ที่แก้ไขแล้วจึงให้รับฎีกาข้อ 3 ของจำเลยไว้พิจารณาให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาฎีกา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2315/2532พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์นายฉันทวัฒน์ เงินมากจำเลยนายธีระนันท์ อ่วมเจิม ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 200, ม. 219, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลย 2,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำคุกจำเลย 6 เดือน จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ฎีกาข้อ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้ฎีกาข้อ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมิได้บรรยายลักษณะการเข้าร่วมกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เพียงพอให้จำเลยต่อสู้คดีได้ถูกต้อง จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยแม้ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตามและการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำคุก เป็นการพิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มโทษจำเลยแม้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขใหม่โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ

ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295,83 ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจำเลยมีอายุไม่มากนักและยังเป็นนักศึกษา เห็นควรลงโทษจำเลยในสถานเบาลงโทษปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปีแต่ไม่ลงโทษปรับ จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 28)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 30)คำสั่งตามฎีกาข้อ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในข้อนี้ชอบแล้ว

ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ที่แก้ไขแล้วจึงให้รับฎีกาข้อ 3 ของจำเลยไว้พิจารณาให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · มนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59961)

ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าแม้ฎีกาข้อ 2.1 จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระต้องห้ามตามประมว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 1 เดือน 15 วัน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ 1 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 5 อีกสถานหนึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3244/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 200 บัญญัติว่า ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์ ซึ่งเป็นการบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะพิเศษสำหรับคดีอาญาและหากมีการดำเนินการไม่ถูกต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5868/2557

การไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง อันมีมาตรา 198 บัญญัติว่า การยื่นอุทธรณ์ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น มาตรา 200 บัญญัติ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้