Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60036)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ (ไม่ว่าข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริง) ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์ที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2532เป็นต้นไป แต่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ออกตั้งแต่วันที่16 มิถุนายน 2532 ซึ่งเป็นวันก่อนบังคับใช้มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ การที่ศาลชั้นต้นยกเอาข้อกฎหมายที่บังคับใช้หลังวันที่ศาลอุทธรณ์ออกคำพิพากษามาเป็นข้ออ้างไม่รับฎีกาของโจทก์เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฎีกาข้อ 3.4 เป็นปัญหาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องโดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นตามอุทธรณ์ ข้อ 2.3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 47 แผ่นที่ 2)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 และมาตรา 177 วรรคสองศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 43)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 217 ถึงมาตรา 221 คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง..."พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 2 บัญญัติว่า "พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป" และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่แก้ไขโดยมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 106 ตอนที่ 149 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2532 จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2532เป็นต้นไปคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์จำเลยฟังวันที่ 13 ตุลาคม 2532 อันเป็นวันหลังจากวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 ใช้บังคับแล้ว วันที่ออกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คือวันที่ 16 มิถุนายน 2532 มิใช่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และโจทก์ยื่นฎีกาภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขใหม่ใช้บังคับแล้ว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2341/2532นายเสถียร มามุข กับพวกโจทก์นางนวล งามนาเสียวจำเลยนายเสถียร มามุข ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางพันธ์ทอง มามุข ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220, ม. 224ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ (ไม่ว่าข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริง) ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์ที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2532เป็นต้นไป แต่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ออกตั้งแต่วันที่16 มิถุนายน 2532 ซึ่งเป็นวันก่อนบังคับใช้มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่

การที่ศาลชั้นต้นยกเอาข้อกฎหมายที่บังคับใช้หลังวันที่ศาลอุทธรณ์ออกคำพิพากษามาเป็นข้ออ้างไม่รับฎีกาของโจทก์เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฎีกาข้อ 3.4 เป็นปัญหาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องโดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นตามอุทธรณ์ ข้อ 2.3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 47 แผ่นที่ 2)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 และมาตรา 177 วรรคสองศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 43)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 217 ถึงมาตรา 221 คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง..."พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 2 บัญญัติว่า "พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป" และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่แก้ไขโดยมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า

"ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 106 ตอนที่ 149 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2532 จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2532เป็นต้นไปคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์จำเลยฟังวันที่ 13 ตุลาคม 2532 อันเป็นวันหลังจากวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 ใช้บังคับแล้ว วันที่ออกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คือวันที่ 16 มิถุนายน 2532 มิใช่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และโจทก์ยื่นฎีกาภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขใหม่ใช้บังคับแล้ว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · มงคล เปาอินทร์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2543

โจทก์มีความประสงค์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของโจทก์ แม้คำขอท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์จะระบุขอให้ส่งไปยังศาลอุทธรณ์ด้วยเหตุผิดหลงใด ๆ ก็ตาม ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะส่งคำร้องฉบับนี้ไปให้ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58492)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6527/2534 ศาลชั้นต้น ยังไม่วินิจฉัยในฟ้อง คดีย่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57126)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์การ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57034)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57086)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้