คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2341/2532นายเสถียร มามุข กับพวกโจทก์นางนวล งามนาเสียวจำเลยนายเสถียร มามุข ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางพันธ์ทอง มามุข ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220, ม. 224ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ (ไม่ว่าข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริง) ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์ที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2532เป็นต้นไป แต่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ออกตั้งแต่วันที่16 มิถุนายน 2532 ซึ่งเป็นวันก่อนบังคับใช้มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่
การที่ศาลชั้นต้นยกเอาข้อกฎหมายที่บังคับใช้หลังวันที่ศาลอุทธรณ์ออกคำพิพากษามาเป็นข้ออ้างไม่รับฎีกาของโจทก์เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฎีกาข้อ 3.4 เป็นปัญหาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องโดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นตามอุทธรณ์ ข้อ 2.3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 47 แผ่นที่ 2)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 และมาตรา 177 วรรคสองศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 43)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 217 ถึงมาตรา 221 คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง..."พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 2 บัญญัติว่า "พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป" และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่แก้ไขโดยมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า
"ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 106 ตอนที่ 149 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2532 จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2532เป็นต้นไปคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์จำเลยฟังวันที่ 13 ตุลาคม 2532 อันเป็นวันหลังจากวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 ใช้บังคับแล้ว วันที่ออกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คือวันที่ 16 มิถุนายน 2532 มิใช่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และโจทก์ยื่นฎีกาภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขใหม่ใช้บังคับแล้ว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง