คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2384/2532พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายอนุพงษ์ โลหะวนิชบุตรโจทก์นายตั๋น ตันฟูหรือตั๋นฟู กับพวกจำเลยนายตั๋น ตันฟู จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 198, ม. 200, ม. 225ความว่า การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้ฎีกาเมื่อวันที่24 พฤศจิกายน 2532 แต่ศาลชั้นต้นสั่งว่ายื่นเกินกำหนดนั้นเนื่องจากโจทก์เป็นผู้นำฎีกามามอบให้จำเลยที่ 1 โดยไม่มีคำสั่งศาลชั้นต้นกำหนดว่าให้ยื่นฎีกาภายในระยะเวลาเท่าไร ทนายจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจทราบกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335,336 ทวิ,83 ฯลฯ จำคุกคนละ 4 ปี 6 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกาโจทก์ฎีกา (อันดับ 96)จำเลยที่ 1 รับสำเนาฎีกาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2532(อันดับ 96)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 99)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 รับว่า จำเลยที่ 1 ได้รับฎีกาของโจทก์ไว้โดยโจทก์เป็นผู้นำมามอบให้จำเลยที่ 1 เองในต้นฉบับฎีกาของโจทก์ก็ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อรับสำเนาฎีกาของโจทก์ไปในวันที่ 6 ตุลาคม 2532 จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาฎีกาโจทก์ไปโดยชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2532 ซึ่งจำเลยที่ 1 จะต้องยื่นคำแก้ฎีกาโจทก์ภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันรับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 200 ประกอบกับมาตรา 225 จำเลยที่ 1 มายื่นคำแก้ฎีกาในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2533 จึงเกินกำหนดเวลาที่จะยื่นข้ออ้างของจำเลยที่ 1 ที่ว่า
จำเลยที่ 1 อ่านหนังสือไม่ออกไม่รู้ว่าจะต้องแก้ฎีกาภายในกำหนดหรือไม่มีหมายศาลสั่งให้แก้ฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาเท่าไรนั้นฟังไม่ขึ้นจึงไม่รับคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 แต่ให้รับไว้ในฐานะเป็นคำแถลงการณ์สำเนาให้โจทก์