Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60070)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้ฎีกาเมื่อวันที่24 พฤศจิกายน 2532 แต่ศาลชั้นต้นสั่งว่ายื่นเกินกำหนดนั้นเนื่องจากโจทก์เป็นผู้นำฎีกามามอบให้จำเลยที่ 1 โดยไม่มีคำสั่งศาลชั้นต้นกำหนดว่าให้ยื่นฎีกาภายในระยะเวลาเท่าไร ทนายจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจทราบกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335,336 ทวิ,83 ฯลฯ จำคุกคนละ 4 ปี 6 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกาโจทก์ฎีกา (อันดับ 96)จำเลยที่ 1 รับสำเนาฎีกาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2532(อันดับ 96)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 99)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 รับว่า จำเลยที่ 1 ได้รับฎีกาของโจทก์ไว้โดยโจทก์เป็นผู้นำมามอบให้จำเลยที่ 1 เองในต้นฉบับฎีกาของโจทก์ก็ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อรับสำเนาฎีกาของโจทก์ไปในวันที่ 6 ตุลาคม 2532 จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาฎีกาโจทก์ไปโดยชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2532 ซึ่งจำเลยที่ 1 จะต้องยื่นคำแก้ฎีกาโจทก์ภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันรับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 200 ประกอบกับมาตรา 225 จำเลยที่ 1 มายื่นคำแก้ฎีกาในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2533 จึงเกินกำหนดเวลาที่จะยื่นข้ออ้างของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 1 อ่านหนังสือไม่ออกไม่รู้ว่าจะต้องแก้ฎีกาภายในกำหนดหรือไม่มีหมายศาลสั่งให้แก้ฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาเท่าไรนั้นฟังไม่ขึ้นจึงไม่รับคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 แต่ให้รับไว้ในฐานะเป็นคำแถลงการณ์สำเนาให้โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2384/2532พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายอนุพงษ์ โลหะวนิชบุตรโจทก์นายตั๋น ตันฟูหรือตั๋นฟู กับพวกจำเลยนายตั๋น ตันฟู จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 198, ม. 200, ม. 225ความว่า การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้ฎีกาเมื่อวันที่24 พฤศจิกายน 2532 แต่ศาลชั้นต้นสั่งว่ายื่นเกินกำหนดนั้นเนื่องจากโจทก์เป็นผู้นำฎีกามามอบให้จำเลยที่ 1 โดยไม่มีคำสั่งศาลชั้นต้นกำหนดว่าให้ยื่นฎีกาภายในระยะเวลาเท่าไร ทนายจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจทราบกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335,336 ทวิ,83 ฯลฯ จำคุกคนละ 4 ปี 6 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกาโจทก์ฎีกา (อันดับ 96)จำเลยที่ 1 รับสำเนาฎีกาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2532(อันดับ 96)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 99)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 รับว่า จำเลยที่ 1 ได้รับฎีกาของโจทก์ไว้โดยโจทก์เป็นผู้นำมามอบให้จำเลยที่ 1 เองในต้นฉบับฎีกาของโจทก์ก็ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อรับสำเนาฎีกาของโจทก์ไปในวันที่ 6 ตุลาคม 2532 จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาฎีกาโจทก์ไปโดยชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2532 ซึ่งจำเลยที่ 1 จะต้องยื่นคำแก้ฎีกาโจทก์ภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันรับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 200 ประกอบกับมาตรา 225 จำเลยที่ 1 มายื่นคำแก้ฎีกาในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2533 จึงเกินกำหนดเวลาที่จะยื่นข้ออ้างของจำเลยที่ 1 ที่ว่า

จำเลยที่ 1 อ่านหนังสือไม่ออกไม่รู้ว่าจะต้องแก้ฎีกาภายในกำหนดหรือไม่มีหมายศาลสั่งให้แก้ฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาเท่าไรนั้นฟังไม่ขึ้นจึงไม่รับคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 แต่ให้รับไว้ในฐานะเป็นคำแถลงการณ์สำเนาให้โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2497 (เลขอ้างอิง 51188)

โจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ออกหมายจับ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ยกคำร้องเสียโจทก์ฎีกาขึ้นมาได้โดยที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้น เพราะไม่ใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2497 (เลขอ้างอิง 88955)

โจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ออกหมายจับ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ยกคำร้องเสีย โจทก์ฎีกาขึ้นมาได้โดยที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้น เพราะไม่ใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม วิ.อาญา มาตรา 196,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5087/2568

แม้จำเลยจะยื่นคำร้องขอถอนฎีกาด้วยตนเองและได้แสดงตัวตนในขณะยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 แต่เมื่อขณะนั้นผู้ประกันยังไม่ได้มอบตัวจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 116 ปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4443/2565

การขอขยายระยะเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลมีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จำเลยยื่นคำร้องขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14767/2558

ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อให้ตรวจสอบกรณีท้ายอุทธรณ์ของจำเลยผู้พิมพ์หรือผู้เขียนไม่ได้ลงลายมือชื่อ เจ้าพนักงานศาลต้องรายงานต่อผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อตร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้