Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60915)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้ จำเลยเพิ่งพบว่าบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ลงวันที่ 3 มกราคม 2527 ซึ่งมีโจทก์ร่วมเป็นผู้แจ้งความไว้มีข้อความระบุชื่อของคนร้ายที่ร่วมทำร้ายโจทก์ร่วมไว้อย่างชัดเจน โดยไม่มีชื่อจำเลยเป็นผู้ร่วมทำร้ายโจทก์ร่วมอันเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญ หากได้นำพยานดังกล่าวเข้าร่วมการวินิจฉัยคดีของศาลฎีกาก็จะทำให้ศาลฎีกาวินิจฉัยตัดสินไปด้วยความยุติธรรมและถูกต้องตรงกับความเป็นจริงเพื่อความยุติธรรมโปรดอนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมและมีคำสั่งเรียกพยานเอกสารดังกล่าว ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายบันทึกประจำวันแนบท้ายคำร้องมาประกอบการพิจารณาของศาลฎีกาด้วย แต่เนื่องจากตามภาพถ่ายสำเนาดังกล่าวด้วยความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับ พ.ศ. ที่เกิดเหตุผิดพลาดไป คือจากวันที่ 3 มกราคม 2527เป็นวันที่ 3 มกราคม 2526 แต่จำเลยขอยืนยันว่าบันทึกประจำวันนั้นคือบันทึกฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2527 จำเลยได้พิมพ์บัญชีระบุพยานเพิ่มเติมพร้อมทั้งหมายเรียกพยานเอกสารดังกล่าวมาพร้อมคำร้องแล้วโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 48)ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297,83 จำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปีจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49,48)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทราบว่าพยานหลักฐานที่ขออ้างเพิ่มเติมมีอยู่แล้วก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาดังปรากฏตามคำร้องของจำเลยลงวันที่ 18 มีนาคม 2528 จึงไม่มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติม ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 677/2530พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายเลิศชัย พัฒนจันทร์โจทก์นายยศดนัย งามอุษาวรรณจำเลยนายยศดนัย งามอุษาวรรณ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 88 ป.วิ.อ. ม. 15ความว่า คดีนี้ จำเลยเพิ่งพบว่าบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ลงวันที่ 3 มกราคม 2527 ซึ่งมีโจทก์ร่วมเป็นผู้แจ้งความไว้มีข้อความระบุชื่อของคนร้ายที่ร่วมทำร้ายโจทก์ร่วมไว้อย่างชัดเจน โดยไม่มีชื่อจำเลยเป็นผู้ร่วมทำร้ายโจทก์ร่วมอันเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญ หากได้นำพยานดังกล่าวเข้าร่วมการวินิจฉัยคดีของศาลฎีกาก็จะทำให้ศาลฎีกาวินิจฉัยตัดสินไปด้วยความยุติธรรมและถูกต้องตรงกับความเป็นจริงเพื่อความยุติธรรมโปรดอนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมและมีคำสั่งเรียกพยานเอกสารดังกล่าว

ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายบันทึกประจำวันแนบท้ายคำร้องมาประกอบการพิจารณาของศาลฎีกาด้วย แต่เนื่องจากตามภาพถ่ายสำเนาดังกล่าวด้วยความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับ พ.ศ. ที่เกิดเหตุผิดพลาดไป คือจากวันที่ 3 มกราคม 2527เป็นวันที่ 3 มกราคม 2526 แต่จำเลยขอยืนยันว่าบันทึกประจำวันนั้นคือบันทึกฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2527 จำเลยได้พิมพ์บัญชีระบุพยานเพิ่มเติมพร้อมทั้งหมายเรียกพยานเอกสารดังกล่าวมาพร้อมคำร้องแล้วโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 48)

ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297,83 จำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปีจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49,48)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทราบว่าพยานหลักฐานที่ขออ้างเพิ่มเติมมีอยู่แล้วก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาดังปรากฏตามคำร้องของจำเลยลงวันที่ 18 มีนาคม 2528 จึงไม่มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติม ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพจิตร วิเศษโกสิน · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6477/2554

จำเลยที่ 1 ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไรจากการให้บริการทำธุรกรรมทางด้านการเงินและรับฝากเงิน เงินที่จำเลยที่ 1 รับฝากไว้จากโจทก์ จำเลยที่ 1 สามารถที่จะนำเงินออกไปใช้แสวงหาประโยชน์อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2553

พนักงานอัยการโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานโดยอันดับ 7 มิได้อ้างเอกสารเป็นแต่ละฉบับ เพียงระบุว่า บรรดาสรรพเอกสาร ซึ่งหมายถึงเอกสารหลายฉบับไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นเอกสารอะไร แต่ก็มีข้อความต่อไปว่า ในสำนวนการสอบส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4147/2550

ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก บัญญัติให้ผู้กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนมีความผิดโดยไม่คำนึงถึงว่าเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ แต่หากเด็กหญิงนั้นยินยอมก็มิได้หมายความว่า เด็กหญิงนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4260/2548

การที่โจทก์จะนำพยานหลักฐานใด ๆ มาสืบได้จะต้องยื่นบัญชีระบุพยานตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 เสียก่อนจึงจะมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าสืบได้ ดังนั้น การที่ผู้แทนโจทก์นำสรรพเอกสารที่อ้างไว้ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7937/2538

ความตอนท้ายของ ป.วิ.พ.มาตรา 87 (2)บัญญัติยกเว้นไว้ว่าถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้