Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61219)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิตโจทก์และจำเลยที่ 2 มิได้ยื่นฎีกา คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่สุดแล้ว แต่ศาลมิได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลยที่ 2โปรดออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83,91 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83 ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง สำหรับจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ฯลฯ อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 อีก 6 เดือนด้วยจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามแต่เห็นว่าโทษจำคุกตลอดชีวิต เป็นโทษหนักที่สุดที่พึงลงโทษจำเลยที่ 1 ได้เพียงสถานเดียวจึงคงลงโทษจำเลยที่ 1และจำเลยที่ 2 โดยจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละตลอดชีวิต สำหรับจำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 84,53 ลงโทษจำคุกไว้ 16 ปี 8 เดือน คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 3 ไม่มีประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงไม่ลดโทษให้ สำหรับจำเลยที่ 4และจำเลยที่ 5 ให้ยกฟ้อง ฯลฯโจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบด้วยมาตรา 84ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลยที่ 3และที่ 4 คนละตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ต่างฎีกา (อันดับ 229,220,217)จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 243)จำเลยที่ 2 เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดมาแล้วครั้งหนึ่ง และศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว (อันดับ 231,232)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 มาขอให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดซ้ำอีก จึงให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1550/2530พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายสว่าง จุลปานะโจทก์นายสำเริงหรือขาว สุมาตรา กับพวกจำเลยนายอุดมหรือนัย ทิพย์อุทัย จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 245ความว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิตโจทก์และจำเลยที่ 2 มิได้ยื่นฎีกา คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่สุดแล้ว แต่ศาลมิได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลยที่ 2โปรดออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83,91 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83 ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง สำหรับจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ฯลฯ อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 อีก 6 เดือนด้วยจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามแต่เห็นว่าโทษจำคุกตลอดชีวิต เป็นโทษหนักที่สุดที่พึงลงโทษจำเลยที่ 1 ได้เพียงสถานเดียวจึงคงลงโทษจำเลยที่ 1และจำเลยที่ 2 โดยจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละตลอดชีวิต สำหรับจำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 84,53 ลงโทษจำคุกไว้ 16 ปี 8 เดือน

คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 3 ไม่มีประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงไม่ลดโทษให้ สำหรับจำเลยที่ 4และจำเลยที่ 5 ให้ยกฟ้อง ฯลฯโจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบด้วยมาตรา 84ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลยที่ 3และที่ 4 คนละตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ต่างฎีกา (อันดับ 229,220,217)จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 243)จำเลยที่ 2 เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดมาแล้วครั้งหนึ่ง และศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว (อันดับ 231,232)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 มาขอให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดซ้ำอีก จึงให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3270/2568

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยมีอาวุธปืนหรือโดยใช้มีดเป็นอาวุธตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2585/2568

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง บัญญัติว่า คำพิพากษาเช่นว่านี้จะยังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษายืน ด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 701913)

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์ แสดงว่าจำเลยที่ 2 พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ประกอบ พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706416)

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์ แสดงว่าจำเลยที่ 2 พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ประกอบ พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) อันเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบากว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนี้ การที่ศา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้