Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61483)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาคำสั่งและฎีกาคำสั่งอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยทั้งสองต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาคำสั่งของจำเลยทั้งสองไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว เพราะคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ถือว่าถึงที่สุดนั้น หมายถึงเป็นการขอฟ้องหรือต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา แต่สำหรับกรณีของจำเลยทั้งสองเป็นการฟ้องหรือต่อสู้คดีในศาลชั้นต้น ซึ่งเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองมีสิทธิฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาคำสั่งได้ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 190 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้เงินจำนวน 322,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบเรือยนต์ลำพิพาทเรียบร้อยแก่โจทก์ ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เรือยนต์ลำพิพาทให้จำเลยทั้งสอง ฯลฯต่อมาระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในส่วนฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 41,162)จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์(อันดับ 165,166)ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ฯลฯ (อันดับ 176)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 179)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 184)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า กรณีที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองได้อุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยต่อสู้คดีอย่างคนอนาถาและยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง คำสั่งของศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย และคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 254/2531นางสำลี กุยยกานนท์โจทก์นายวิสา โค้วเจริญ กับพวกจำเลยนายวิสา โค้วเจริญ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางพิมพ์ใจ โค้วเจริญ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาคำสั่งและฎีกาคำสั่งอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยทั้งสองต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาคำสั่งของจำเลยทั้งสองไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว เพราะคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ถือว่าถึงที่สุดนั้น หมายถึงเป็นการขอฟ้องหรือต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา แต่สำหรับกรณีของจำเลยทั้งสองเป็นการฟ้องหรือต่อสู้คดีในศาลชั้นต้น ซึ่งเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองมีสิทธิฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาคำสั่งได้ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 190 แผ่นที่ 3)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้เงินจำนวน 322,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบเรือยนต์ลำพิพาทเรียบร้อยแก่โจทก์ ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เรือยนต์ลำพิพาทให้จำเลยทั้งสอง ฯลฯต่อมาระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในส่วนฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 41,162)จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์(อันดับ 165,166)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ฯลฯ (อันดับ 176)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 179)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 184)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า กรณีที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยทั้งสองได้อุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยต่อสู้คดีอย่างคนอนาถาและยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง คำสั่งของศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย และคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5591/2548

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล 1 ใน 2 ส่วน หากจำเลยที่ 3 ไม่เห็นพ้องด้วยก็ต้องอุทธรณ์คำสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2548

การพิจารณาว่าจะอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้หรือไม่เพียงใดนั้น ศาลต้องพิจารณาสาระสำคัญ 2 ประการคือ ประการแรก คดีของโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์กล่าวอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้