Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61595)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าถือไม่ได้ว่าเงินสด 250,000 บาท เป็นวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำผิด ไม่ริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าไม่พอฟังว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นวัตถุที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันจะต้องริบตามกฎหมาย พิพากษายืน เป็นการพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงทั้งสองศาล ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า ศาลมีอำนาจสั่งริบเงินสดของกลางจำนวน 250,000 บาท ที่เหลือจากการซื้อเฮโรอีนได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 3 แถลงคัดค้าน (อันดับ 212)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า ฯลฯ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ให้ประหารชีวิตคำรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยที่ 3เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิตและจำเลยที่ 3 ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522มาตรา 81 ปรับ 4,000 บาท ฯลฯ ริบเฮโรอีนและรถยนต์ของกลางเว้นเงินสด 250,000 บาท แม้จะฟังว่าจะนำมาซื้อเฮโรอีน แต่เมื่อยังไม่ได้ซื้อ ถือไม่ได้ว่า เป็นวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำผิดจึงไม่ริบให้คืนเจ้าของโจทก์และจำเลยที่ 3 ต่างฎีกา เฉพาะฎีกาของโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 207,204)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 209)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เงินจำนวน 250,000 บาทของกลาง แม้ฟังว่าจะนำมาซื้อเฮโรอีน แต่เมื่อยังไม่ใช้ซื้อถือไม่ได้ว่า เป็นวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำผิด จึงไม่ริบ ให้คืนเจ้าของนั้นเท่ากับวินิจฉัยว่า เงินที่จำเลยเตรียมไว้ซื้อเฮโรอีน ริบไม่ได้เป็นการสั่งไม่ริบโดยอาศัยข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกาจึงให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 667/2531พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสมชาย ปิ่นเสถียรเกส กับพวกจำเลยพนักงานอัยการ กรมอัยการผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220 ป.อ. ม. 33, ม. 35ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าถือไม่ได้ว่าเงินสด 250,000 บาท เป็นวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำผิด ไม่ริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าไม่พอฟังว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นวัตถุที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันจะต้องริบตามกฎหมาย พิพากษายืน เป็นการพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงทั้งสองศาล ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า ศาลมีอำนาจสั่งริบเงินสดของกลางจำนวน 250,000 บาท ที่เหลือจากการซื้อเฮโรอีนได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

จำเลยที่ 3 แถลงคัดค้าน (อันดับ 212)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า ฯลฯ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ให้ประหารชีวิตคำรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยที่ 3เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิตและจำเลยที่ 3 ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522มาตรา 81 ปรับ 4,000 บาท ฯลฯ ริบเฮโรอีนและรถยนต์ของกลางเว้นเงินสด 250,000 บาท แม้จะฟังว่าจะนำมาซื้อเฮโรอีน แต่เมื่อยังไม่ได้ซื้อ ถือไม่ได้ว่า เป็นวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำผิดจึงไม่ริบให้คืนเจ้าของโจทก์และจำเลยที่ 3 ต่างฎีกา เฉพาะฎีกาของโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 207,204)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 209)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

เงินจำนวน 250,000 บาทของกลาง แม้ฟังว่าจะนำมาซื้อเฮโรอีน แต่เมื่อยังไม่ใช้ซื้อถือไม่ได้ว่า เป็นวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำผิด จึงไม่ริบ ให้คืนเจ้าของนั้นเท่ากับวินิจฉัยว่า เงินที่จำเลยเตรียมไว้ซื้อเฮโรอีน ริบไม่ได้เป็นการสั่งไม่ริบโดยอาศัยข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกาจึงให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · จำนง นิยมวิภาต · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2527

การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 4 และให้ริบรถยนต์ของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นไม่ริบรถยนต์ของกลางส่วนการยกฟ้องจำเลยที่ 4 คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2524

อาวุธปืนกระบอกพิพาทเป็นของส.ผู้ตาย แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้โดยอ้างว่าเป็นอาวุธปืนที่ ส.ใช้ในการกระทำความผิดอาญา ก็ยังคงเป็นทรัพย์ของ ส. อยู่จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของแผ่นดินก็ต่อเมื่อศาลมีคำสั่งให้ริบ เมื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 719/2568

การที่จำเลยใช้รถยนต์เก๋งของกลางไปจอดรอบนดอยผาหมี ซึ่งเป็นภูเขาและเป็นแนวชายแดนของราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แล้วรับคนต่างด้าวที่เพิ่งเดินลัดเลาะมาจากภูเขาฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้