Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61639)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลควรใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อีกทั้งศาลอุทธรณ์ยังรับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีของโจทก์มีมูล จึงให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาฯลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกหรือเคยกระทำผิดอย่างใดมาก่อน และ ฯลฯ พยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด มีเหตุควรปราณี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 66)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามกำหนดโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษซึ่งเป็นข้อเท็จจริงสำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาอีกว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนนั้น เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยพยายามขวนขวายหาเงินมาใช้ให้โจทก์ตลอดมานั้น เป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงในสำนวน หาได้วินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนดังที่เถียงมาในฎีกาแต่อย่างใดไม่ เช่นนี้ ย่อมเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน จึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อกฎหมายที่โจทก์อ้างเป็นฎีกาไม่มี ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 738/2531นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ฯโจทก์นายเสรี พงษ์ภิญโญจำเลยนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ฯ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลควรใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อีกทั้งศาลอุทธรณ์ยังรับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีของโจทก์มีมูล จึงให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำคุก 1 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาฯลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกหรือเคยกระทำผิดอย่างใดมาก่อน และ ฯลฯ พยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด มีเหตุควรปราณี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 66)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามกำหนดโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษซึ่งเป็นข้อเท็จจริงสำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาอีกว่า

ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนนั้น เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยพยายามขวนขวายหาเงินมาใช้ให้โจทก์ตลอดมานั้น เป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงในสำนวน หาได้วินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนดังที่เถียงมาในฎีกาแต่อย่างใดไม่ เช่นนี้ ย่อมเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน จึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อกฎหมายที่โจทก์อ้างเป็นฎีกาไม่มี ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้