Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61639)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลควรใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อีกทั้งศาลอุทธรณ์ยังรับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีของโจทก์มีมูล จึงให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาฯลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกหรือเคยกระทำผิดอย่างใดมาก่อน และ ฯลฯ พยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด มีเหตุควรปราณี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 66)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามกำหนดโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษซึ่งเป็นข้อเท็จจริงสำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาอีกว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนนั้น เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยพยายามขวนขวายหาเงินมาใช้ให้โจทก์ตลอดมานั้น เป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงในสำนวน หาได้วินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนดังที่เถียงมาในฎีกาแต่อย่างใดไม่ เช่นนี้ ย่อมเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน จึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อกฎหมายที่โจทก์อ้างเป็นฎีกาไม่มี ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 738/2531นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ฯโจทก์นายเสรี พงษ์ภิญโญจำเลยนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ฯ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลควรใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อีกทั้งศาลอุทธรณ์ยังรับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีของโจทก์มีมูล จึงให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำคุก 1 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาฯลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกหรือเคยกระทำผิดอย่างใดมาก่อน และ ฯลฯ พยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด มีเหตุควรปราณี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 66)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามกำหนดโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษซึ่งเป็นข้อเท็จจริงสำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาอีกว่า

ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนนั้น เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยพยายามขวนขวายหาเงินมาใช้ให้โจทก์ตลอดมานั้น เป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงในสำนวน หาได้วินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนดังที่เถียงมาในฎีกาแต่อย่างใดไม่ เช่นนี้ ย่อมเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน จึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อกฎหมายที่โจทก์อ้างเป็นฎีกาไม่มี ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · ชวลิต นราลัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up