Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61810)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นที่ 1,3,4 และ 5เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เอกสารหมาย ล.3 เป็นเอกสารที่เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ จำเลยมีสิทธิตามกฎหมายเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่หรือไม่การทดลองปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 4 ต้องมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ที่ 4ทราบหรือไม่ และโจทก์ที่ 4 มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยเพียงไร เงินค่าน้ำมันที่จ่ายให้โจทก์ที่ 4เป็นค่าจ้างหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 51) คดีทั้งสี่สำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ตามลำดับ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 1,800 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน2,500 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 2,500 บาท และโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน3,350 บาท และค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 5,400 บาทโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 15,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 7,500 บาทและโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 3,350 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 45) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยรวม 5 ข้อ สรุปความได้ดังนี้คือ ข้อ 1 เอกสารหมาย ล.3 เป็นเพียงคำสั่งให้พนักงานหยุดงานมิได้เป็นเอกสารที่แสดงถึงการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด ข้อ 2หลังจากจำเลยได้ออกเอกสารหมาย ล.3 เพื่อปรับปรุงการบริหารงานแล้วจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2530 พนักงานทุกคนได้มาทำงาน เว้นแต่โจทก์ทั้งสี่เท่านั้นที่ไม่มาทำงานถือได้ว่ายังไม่มีการเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ ข้อ 3 โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานทำให้จำเลยเสียหายหลายเรื่อง เช่น ร่วมกันทุจริตต่อหน้าที่จงใจทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ได้ โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ข้อ 4 พยานโจทก์เจือสมพยานจำเลยฟังได้ว่าโจทก์ที่สี่เป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานยังไม่ครบ 120 วัน ยังไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และข้อ 5 เงินค่าน้ำมันรถ โจทก์ที่ 4 เบิกจ่ายต่อวันตามความเป็นจริง มีจำนวนไม่แน่นอน ไม่ใช่เป็นเงินที่จ่ายตอบแทนการทำงาน ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้าง นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาดังกล่าวศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อความในเอกสารหมาย ล.3 หมายถึงการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดแล้ว และฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่สี่อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติงานอันจะเป็นเหตุยกเว้นในการจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างส่วนค่าน้ำมันรถที่โจทก์ที่สี่เบิกได้อีกวันละ 50 บาท เมื่อรวมกับค่าจ้างเดือนละ2,000 บาทแล้ว โจทก์ที่สี่จึงได้ค่าจ้างเดือนละ 3,350 บาทตามฟ้องเช่นนี้อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 1 และข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้นเป็นอุทธรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันเกี่ยวกับการตีความในเอกสารหมาย ล.3 ว่าเป็นการเลิกจ้างแล้วหรือไม่ก็ดี อุทธรณ์ข้อ 5 ที่ว่าค่าน้ำมันรถที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ที่ 4 เป็นค่าจ้างหรือไม่ ก็ดี เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 ที่ว่า โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับจงใจทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น เป็นอุทธรณ์นอกเหนือไปจากคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์นอกประเด็น และอุทธรณ์ข้อ 4 ที่ว่า โจทก์ที่สี่เป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานนั้น การโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังเป็นยุติแล้วอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ ฉะนั้น ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 3และข้อ 4 จึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 อันเป็นข้อกฎหมายนั้นไม่ถูกต้อง จึงให้รับอุทธรณ์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 ไว้ดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1227 - 1230/2531นางอุบลรัตน์ แสงอำพันธ์ กับพวกโจทก์บริษัท จัดหางาน เอ็ม เอ พี โกเนวี่ จำกัดจำเลยบริษัท จัดหางาน เอ็ม เอ พี โกเนวี่ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นที่ 1,3,4 และ 5เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เอกสารหมาย ล.3 เป็นเอกสารที่เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ จำเลยมีสิทธิตามกฎหมายเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่หรือไม่การทดลองปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 4 ต้องมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ที่ 4ทราบหรือไม่ และโจทก์ที่ 4 มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยเพียงไร เงินค่าน้ำมันที่จ่ายให้โจทก์ที่ 4เป็นค่าจ้างหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 51) คดีทั้งสี่สำนวนนี้

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ตามลำดับ

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 1,800 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน2,500 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 2,500 บาท และโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน3,350 บาท และค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 5,400 บาทโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 15,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 7,500 บาทและโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 3,350 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 45) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยรวม 5 ข้อ สรุปความได้ดังนี้คือ ข้อ 1 เอกสารหมาย ล.3 เป็นเพียงคำสั่งให้พนักงานหยุดงานมิได้เป็นเอกสารที่แสดงถึงการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด ข้อ 2หลังจากจำเลยได้ออกเอกสารหมาย ล.3 เพื่อปรับปรุงการบริหารงานแล้วจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2530 พนักงานทุกคนได้มาทำงาน เว้นแต่โจทก์ทั้งสี่เท่านั้นที่ไม่มาทำงานถือได้ว่ายังไม่มีการเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ ข้อ 3 โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานทำให้จำเลยเสียหายหลายเรื่อง เช่น ร่วมกันทุจริตต่อหน้าที่จงใจทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ได้ โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ข้อ 4 พยานโจทก์เจือสมพยานจำเลยฟังได้ว่าโจทก์ที่สี่เป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานยังไม่ครบ 120 วัน

ยังไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และข้อ 5 เงินค่าน้ำมันรถ โจทก์ที่ 4 เบิกจ่ายต่อวันตามความเป็นจริง มีจำนวนไม่แน่นอน ไม่ใช่เป็นเงินที่จ่ายตอบแทนการทำงาน ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้าง นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาดังกล่าวศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อความในเอกสารหมาย ล.3 หมายถึงการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดแล้ว และฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่สี่อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติงานอันจะเป็นเหตุยกเว้นในการจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างส่วนค่าน้ำมันรถที่โจทก์ที่สี่เบิกได้อีกวันละ 50 บาท เมื่อรวมกับค่าจ้างเดือนละ2,000 บาทแล้ว โจทก์ที่สี่จึงได้ค่าจ้างเดือนละ 3,350 บาทตามฟ้องเช่นนี้อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 1 และข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้นเป็นอุทธรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันเกี่ยวกับการตีความในเอกสารหมาย ล.3 ว่าเป็นการเลิกจ้างแล้วหรือไม่ก็ดี อุทธรณ์ข้อ 5 ที่ว่าค่าน้ำมันรถที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ที่ 4 เป็นค่าจ้างหรือไม่ ก็ดี เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 ที่ว่า

โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับจงใจทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น เป็นอุทธรณ์นอกเหนือไปจากคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์นอกประเด็น และอุทธรณ์ข้อ 4 ที่ว่า โจทก์ที่สี่เป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานนั้น การโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังเป็นยุติแล้วอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ ฉะนั้น ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 3และข้อ 4 จึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 อันเป็นข้อกฎหมายนั้นไม่ถูกต้อง จึงให้รับอุทธรณ์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 ไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้