Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61810)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นที่ 1,3,4 และ 5เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เอกสารหมาย ล.3 เป็นเอกสารที่เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ จำเลยมีสิทธิตามกฎหมายเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่หรือไม่การทดลองปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 4 ต้องมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ที่ 4ทราบหรือไม่ และโจทก์ที่ 4 มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยเพียงไร เงินค่าน้ำมันที่จ่ายให้โจทก์ที่ 4เป็นค่าจ้างหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 51) คดีทั้งสี่สำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ตามลำดับ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 1,800 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน2,500 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 2,500 บาท และโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน3,350 บาท และค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 5,400 บาทโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 15,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 7,500 บาทและโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 3,350 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 45) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยรวม 5 ข้อ สรุปความได้ดังนี้คือ ข้อ 1 เอกสารหมาย ล.3 เป็นเพียงคำสั่งให้พนักงานหยุดงานมิได้เป็นเอกสารที่แสดงถึงการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด ข้อ 2หลังจากจำเลยได้ออกเอกสารหมาย ล.3 เพื่อปรับปรุงการบริหารงานแล้วจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2530 พนักงานทุกคนได้มาทำงาน เว้นแต่โจทก์ทั้งสี่เท่านั้นที่ไม่มาทำงานถือได้ว่ายังไม่มีการเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ ข้อ 3 โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานทำให้จำเลยเสียหายหลายเรื่อง เช่น ร่วมกันทุจริตต่อหน้าที่จงใจทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ได้ โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ข้อ 4 พยานโจทก์เจือสมพยานจำเลยฟังได้ว่าโจทก์ที่สี่เป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานยังไม่ครบ 120 วัน ยังไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และข้อ 5 เงินค่าน้ำมันรถ โจทก์ที่ 4 เบิกจ่ายต่อวันตามความเป็นจริง มีจำนวนไม่แน่นอน ไม่ใช่เป็นเงินที่จ่ายตอบแทนการทำงาน ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้าง นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาดังกล่าวศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อความในเอกสารหมาย ล.3 หมายถึงการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดแล้ว และฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่สี่อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติงานอันจะเป็นเหตุยกเว้นในการจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างส่วนค่าน้ำมันรถที่โจทก์ที่สี่เบิกได้อีกวันละ 50 บาท เมื่อรวมกับค่าจ้างเดือนละ2,000 บาทแล้ว โจทก์ที่สี่จึงได้ค่าจ้างเดือนละ 3,350 บาทตามฟ้องเช่นนี้อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 1 และข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้นเป็นอุทธรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันเกี่ยวกับการตีความในเอกสารหมาย ล.3 ว่าเป็นการเลิกจ้างแล้วหรือไม่ก็ดี อุทธรณ์ข้อ 5 ที่ว่าค่าน้ำมันรถที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ที่ 4 เป็นค่าจ้างหรือไม่ ก็ดี เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 ที่ว่า โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับจงใจทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น เป็นอุทธรณ์นอกเหนือไปจากคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์นอกประเด็น และอุทธรณ์ข้อ 4 ที่ว่า โจทก์ที่สี่เป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานนั้น การโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังเป็นยุติแล้วอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ ฉะนั้น ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 3และข้อ 4 จึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 อันเป็นข้อกฎหมายนั้นไม่ถูกต้อง จึงให้รับอุทธรณ์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 ไว้ดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1227 - 1230/2531นางอุบลรัตน์ แสงอำพันธ์ กับพวกโจทก์บริษัท จัดหางาน เอ็ม เอ พี โกเนวี่ จำกัดจำเลยบริษัท จัดหางาน เอ็ม เอ พี โกเนวี่ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นที่ 1,3,4 และ 5เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เอกสารหมาย ล.3 เป็นเอกสารที่เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ จำเลยมีสิทธิตามกฎหมายเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่หรือไม่การทดลองปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 4 ต้องมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ที่ 4ทราบหรือไม่ และโจทก์ที่ 4 มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยเพียงไร เงินค่าน้ำมันที่จ่ายให้โจทก์ที่ 4เป็นค่าจ้างหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 51) คดีทั้งสี่สำนวนนี้

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ตามลำดับ

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 1,800 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน2,500 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 2,500 บาท และโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน3,350 บาท และค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 5,400 บาทโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 15,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 7,500 บาทและโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 3,350 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 45) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยรวม 5 ข้อ สรุปความได้ดังนี้คือ ข้อ 1 เอกสารหมาย ล.3 เป็นเพียงคำสั่งให้พนักงานหยุดงานมิได้เป็นเอกสารที่แสดงถึงการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด ข้อ 2หลังจากจำเลยได้ออกเอกสารหมาย ล.3 เพื่อปรับปรุงการบริหารงานแล้วจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2530 พนักงานทุกคนได้มาทำงาน เว้นแต่โจทก์ทั้งสี่เท่านั้นที่ไม่มาทำงานถือได้ว่ายังไม่มีการเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ ข้อ 3 โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานทำให้จำเลยเสียหายหลายเรื่อง เช่น ร่วมกันทุจริตต่อหน้าที่จงใจทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ได้ โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ข้อ 4 พยานโจทก์เจือสมพยานจำเลยฟังได้ว่าโจทก์ที่สี่เป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานยังไม่ครบ 120 วัน

ยังไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และข้อ 5 เงินค่าน้ำมันรถ โจทก์ที่ 4 เบิกจ่ายต่อวันตามความเป็นจริง มีจำนวนไม่แน่นอน ไม่ใช่เป็นเงินที่จ่ายตอบแทนการทำงาน ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้าง นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาดังกล่าวศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อความในเอกสารหมาย ล.3 หมายถึงการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดแล้ว และฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่สี่อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติงานอันจะเป็นเหตุยกเว้นในการจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างส่วนค่าน้ำมันรถที่โจทก์ที่สี่เบิกได้อีกวันละ 50 บาท เมื่อรวมกับค่าจ้างเดือนละ2,000 บาทแล้ว โจทก์ที่สี่จึงได้ค่าจ้างเดือนละ 3,350 บาทตามฟ้องเช่นนี้อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 1 และข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้นเป็นอุทธรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันเกี่ยวกับการตีความในเอกสารหมาย ล.3 ว่าเป็นการเลิกจ้างแล้วหรือไม่ก็ดี อุทธรณ์ข้อ 5 ที่ว่าค่าน้ำมันรถที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ที่ 4 เป็นค่าจ้างหรือไม่ ก็ดี เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 ที่ว่า

โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับจงใจทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น เป็นอุทธรณ์นอกเหนือไปจากคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์นอกประเด็น และอุทธรณ์ข้อ 4 ที่ว่า โจทก์ที่สี่เป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานนั้น การโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังเป็นยุติแล้วอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ ฉะนั้น ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 3และข้อ 4 จึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 อันเป็นข้อกฎหมายนั้นไม่ถูกต้อง จึงให้รับอุทธรณ์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 ไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
สีนวล คงลาภ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up