คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยานายเปงเจีย จำเลยเป็นบุตรติดนายเปงเจียนายเปงเจียเช่าตึกพิพาทจากสำนักงานทรัพย์สินฯ หลังจากนายเปงเจียตายแล้ว โจทก์จำเลยตกลงกันว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์จะเป็นผู้เช่าตึกต่อไปโดยลำพัง ฝ่ายที่ขอเช่าจะต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งสองแสนบาท มิฉะนั้นจะต้องไปขอรับโอนการเช่าในนามของทายาทร่วมกัน ต่อมาจำเลยผู้เดียวได้เช่าตึกรายนี้ จึงขอให้บังคับให้จำเลยยอมให้โจทก์เป็นผู้เช่าร่วมด้วยหรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยให้เงินโจทก์สองแสนบาทจำเลยให้การต่อสู้หลายประการศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่ากรณีเป็นเรื่องตกลงทำสัญญาประนีประนอม ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ไม่มีจึงพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยที่ว่า
ถ้าฝ่ายใดมีความประสงค์จะเป็นผู้เช่าตึกต่อไป ฝ่ายขอเช่าได้จะต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง มิฉะนั้นจะต้องไปขอรับโอนการเช่าร่วมกันนั้น เป็นสัญญาประนีประนอม ส่วนที่โจทก์ว่าประเด็นเรื่องสัญญาประนีประนอมต้องทำเป็นหนังสือไม่มีนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้อง จึงชอบที่จะต้องพิจารณา
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน