Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6276/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 4 มิได้ให้การปฏิเสธไว้โดยชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการห้างจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท แม้จำเลยที่ 4 ให้การว่าห้าง จำเลยที่ 1 ไม่เคยผูกนิติสัมพันธ์กับโจทก์ เช็คตามฟ้องไม่มีมูลหนี้อันโจทก์จะอ้างกับห้างจำเลยที่ 1 ก็ไม่ชัดแจ้งว่าได้ให้การปฏิเสธเกี่ยวกับลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายย่อมเป็นคำให้การที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง ทำให้ไม่มีประเด็นเรื่องนี้ การที่จำเลยที่ 4นำสืบปฏิเสธว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คพิพาทไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2จึงเป็นการนำสืบนอกคำให้การ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นผู้ถือหุ้นในห้างจำเลยที่ ๑ ต่อมาได้โอนหุ้นให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๕ แต่จำเลยที่ ๓และที่ ๔ ยังต้องรับผิดในหนี้ซึ่งจำเลยที่ ๑ ได้ก่อขึ้นก่อนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ออกจากหุ้นส่วน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๗จำเลยที่ ๒ นำเช็คซึ่งมีจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ ๖เป็นผู้สลักหลังรวม ๕ ฉบับ เป็นเงิน ๓๑๘,๒๐๐ บาท มาแลกเงินสดไปจากโจทก์ เมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนด ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งหกชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแต่ละฉบับ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ ๔ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ในด้านการค้ากับโจทก์ โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คและนำเช็คปราศจากมูลหนี้มาฟ้องโดยไม่สุจริต เช็คตามภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข๑๐ และ ๑๒ มิได้ประทับตามสำคัญของจำเลยที่ ๑ ไม่ผูกพันจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๔ จึงไม่ต้องรับผิดชอบ หนี้ตามเช็คเกิดขึ้นภายหลังจำเลยที่ ๔ ได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ ๑ แล้วโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงิน ๒๐๐,๐๐๐บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๖๐,๐๐๐บาท นับจากวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ เป็นต้นไป ในต้นเงิน ๗๐,๐๐๐บาท นับแต่จากวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไป และในต้นเงิน๗๐,๐๐๐ บาท นับจากวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งหกจะชำระเสร็จแก่โจทก์ เมื่อคำนวณดอกเบี้ยถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกิน ๑๒,๙๗๗.๐๘ บาท ให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงิน ๑๑๘,๒๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท นับจากวันที่๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไปและในต้นเงิน ๕๘,๒๐๐ บาท นับจากวันที่๑๐ เมษายน ๒๕๒๗ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ ๒ จำชำระเสร็จแก่โจทก์เมื่อคำนวณดอกเบี้ยถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกิน ๗,๐๒๓.๗๕ บาท จำเลยที่ ๔ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๔ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้ว่า จำเลยที่ ๒ ในฐานะกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาท และทางนำสืบของโจทก์ โจทก์มีนายสมเจตน์ เจตพิพัฒน์รองผู้จัดการธนาคารตามเช็คพิพาท เป็นพยานเบิกความประกอบกับคำเบิกความของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ได้ความว่าเช็คหมาย จ.๖ ถึงจ.๘ นั้น จำเลยที่ ๒ หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย และจำเลยที่ ๔ เป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ ๑ด้วย ดังนี้จำเลยที่ ๔ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๔ มิได้ให้การปฏิเสธไว้โดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท แม้จำเลยที่ ๔ ให้การว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เคยผูกนิติสัมพันธ์กับโจทก์

เช็คตามฟ้องไม่มีมูลหนี้อันโจทก์จะอ้างกับจำเลยที่ ๑ ได้ก็ตาม ก็ไม่ชัดแจ้งว่าได้ให้การปฏิเสธเกี่ยวกับลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย ย่อมเป็นคำให้การที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสองถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๔ ได้ให้การปฏิเสธในข้อดังกล่าวไว้ ทำให้ไม่มีประเด็นเรื่องนี้จะนำสืบ การที่จำเลยที่ ๔ นำสืบปฏิเสธว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คพิพาทไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ ๒ นั้นจึงเป็นการนำสืบนอกคำให้การ ไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · ชุม สุกแสงเปล่ง · นิเวศน์ คำผอง
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุทธิ อินทุเศรษฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายเสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2546

คำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ว่าโจทก์ได้เช็คพิพาทไว้ในครอบครองโดยทุจริตนั้นทุจริตอย่างไรก็ไม่ได้กล่าวไว้ชัด ที่ว่าคบคิดกับบุคคลอื่น บุคคลอื่นนั้น เป็นผู้ทรงเช็คคนก่อนหรือไม่ หรือเป็นผู้ใดไม่ปรากฏ ที่ว่าโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 342/2520

แม้เช็คพิพาทเป็นเช็คของจำเลยสั่งจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ถือ เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คและเรียกเก็บเงินจากธนาคารไม่ได้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยให้ใช้เงินตามเช็คพิพาทนั้นได้ก็ตาม แต่จำเลยให้การว่าจำเลยออกเช็ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2554

เช็คเป็นตราสารเปลี่ยนมือได้ ย่อมโอนเปลี่ยนมือกันได้ด้วยการสลักหลังและส่งมอบเช็คในกรณีเช็คระบุชื่อ หรือด้วยการส่งมอบเช็คในกรณีเช็คผู้ถือ เช็คพิพาททั้ง 5 ฉบับ เป็นเช็คสั่งจ่ายเงินสดโดยมิได้ระบุชื่อหรือย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5264/2549

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ โดยมิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6658/2548

จำเลยกู้ยืมเงิน ม. แล้วมอบเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้ไว้เป็นประกันเงินกู้โดยลงแต่เพียงลายมือชื่อสั่งจ่าย ไม่ได้กรอกข้อความและจำนวนเงินไว้ ม. กรอกข้อความและจำนวนเงินในภายหลัง แล้วโจทก์นำมาฟ้องจำเลยเป็นคดีน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้