Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ดี การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้งของคู่ความโดยคำสั่งและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ดีเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงไม่มีเหตุที่จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าการขายทอดตลอดของเจ้าพนักงานบังคับคดีรวมทั้งคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขัอต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทยได้ โจทก์เป็นเพียงเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มิได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ขายทอดตลาด โจทก์จึงไม่ได้เป็นผู้ขายซึ่งต้องห้ามมิให้เข้าสู้ราคาตาม ป.พ.พ. มาตรา 512

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 512 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 264

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับผิดตามสัญญากู้เงินและให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามสัญญาจำนอง ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยทั้งสองยอมชำระเงิน 1,074,207.74 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย โดยผ่อนชำระเป็นรายเดือน และยอมชำระค่าฤชาธรรมเนียมส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนกับค่าทนายความ 15,463.79 บาท แก่โจทก์ หากผิดนัดยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอดตลาดถ้าได้เงินไม่พอยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม แต่จำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้ โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินที่จำนอง คือที่ดินโฉนดเลขที่ 25663 ตำบลตลาดพลู (บางสะแก) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดแล้ว จำเลยที่ 1 เป็นสามีของจำเลยที่ 2 ทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดเป็นสินสมรสวันขายทอดตลาดจำเลยที่ 1 ไปดูแลการขายเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีส่วนได้เสีย และมอบป้ายหมายเลข 013 ให้แก่จำเลยที่ 1 สำหรับยกคัดค้านหากไม่เห็นชอบกับการขาย แต่เมื่อถึงเวลาขาย

เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิคัดค้าน และไม่ฟังคำคัดค้านของจำเลยที่ 1 แล้วเคาะไม้ขายให้แก่โจทก์ทั้งที่เป็นการขายครั้งแรกจำเลยทั้งสองได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่รัฐบาลเข้าทำสัญญากับองค์กรการเงินระหว่างประเทศราคาทรัพย์สินของประชาชนตกไปประมาณร้อยละ 60 ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจซึ่งจำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดชอบ จำเลยทั้งสองได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150, 205 และ 219 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 4, 6, และ 48 จึงหลุดพ้นจากความรับผิด ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด อ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองโดยไม่ฟังคำคัดค้านของจำเลยที่ 1 และเคาะไม้ขายให้แก่โจทก์ทั้งที่เป็นการขายครั้งแรกแต่คำร้องของจำเลยทั้งสองไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยที่ 1 คัดค้านการขายในเรื่องใด กลับปรากฏตามสำเนารายงานการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จำเลยทั้งสองแนบมาท้ายคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติการขายเพราะไม่มีผู้ใดค้านราคาที่โจทก์เข้าสู้เป็นเงิน 1,500,000 บาท เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์โดยมิได้ยกเหตุที่อ้างว่าได้คัดค้านการขายไว้แล้วขึ้นเป็นประเด็นอีก

คงอุทธรณ์เหตุอื่นตามที่อ้างไว้ในคำร้องว่า การขายทอดตลาดไม่ชอบ เนื่องจากเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงภายในประเทศอันมิใช่ความผิดของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 205 และหลุดพ้นจากความรับผิดเพราะการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 และอุทธรณ์อ้างถึงกฎหมายอีกหลายฉบับที่ออกมาบังคับใช้เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจว่าไม่เป็นธรรมต่อลูกหนี้ รวมถึงสิทธิต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้นและพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 มิได้ฎีกาโต้แย้งปัญหาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 205 และมาตรา 219 ฎีกาของจำเลยที่ 1 คงกล่าวถึงการใช้การตีความกฎหมายและระบอบการปกครอง แล้วสรุปว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีรวมทั้งคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ศาลฎีกาเห็นว่า การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองคดีนี้โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ดี การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้งแย้งของคู่ความโดยคำสั่งและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ดีเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งขัอต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงไม่มีเหตุที่จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีรวมทั้งคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขัอต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทยได้ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีฝ่าฝืนต่อมาตรา 512 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เพราะโจทก์เข้าสู้ราคาและซื้อทรัพย์สินที่นำออกขายทอดตลาดเสียเองนั้น เห็นว่า โจทก์เป็นเพียงเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มิได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ขายทอดตลาด จะถือว่าโจทก์เป็นผู้ขายซึ่งต้องห้ามมิให้เข้าสู้ราคาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 512 ดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาหาได้ไม่ โจทก์ย่อมมีสิทธิเข้าสู้ราคาและซื้อทรัพย์สินที่ขายทอดตลาด ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยทั้งสองจึงชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัชลิต ละเอียด · บุญรอด ตันประเสริฐ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10660/2553

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 6 บัญญัติว่า "รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้" แล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8377/2553

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ส่งคำร้องของจำเลยที่ 2 ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย เป็นคำสั่งก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดี แม้เป็นคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6374/2550

หลังจากศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขยายระยะเวลาอุทธรณ์ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่จำเลยก็มิได้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาที่ขยาย คำพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6028/2550

จำเลยที่ 1 ยกข้อต่อสู้เรื่องคดีโจทก์ขาดอายุความเป็นประเด็นไว้ในคำให้การ แม้จำเลยที่ 3 ให้การไม่ชัดแจ้งทำให้คำให้การของจำเลยที่ 3 ไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ และจำเลยที่ 3 มิได้ให้การต่อสู้ว่า พ.ร.ก.การ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 266719)

จำเลยโต้แย้งว่า ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคสาม, 33 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 8 (4) (9) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฯ ขอให้ศาลล้มละลายกลางส่งคำร้องข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้