Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6363/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

น.ส.3 ก. เป็นเอกสารสำคัญเกี่ยวกับที่ดินซึ่งกฎหมายสันนิษฐานว่าผู้มีชื่อในเอกสารเป็นผู้มีสิทธิครอบครองเมื่อฟังว่า น.ส.3 ก. ตามเอกสารหมาย จ.3 ออกทับ น.ส.3ตามเอกสารหมาย จ.22 จึงถือได้ว่าเป็นการออกโดยมิชอบอันทำให้ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตาม น.ส.3 ก. เอกสารหมาย จ.3 ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์ยกเอาเรื่องการออก น.ส.3 ก. ของโจทก์ขึ้นวินิจฉัยจึงอยู่ในประเด็นเรื่องการครอบครองที่ดินพิพาทที่ว่ากันมาแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับการยกให้ที่ดินจากนางจันทร์วงศ์แจ้ง มารดาโจทก์ประมาณ 40 ปีแล้ว เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่โจทก์จับจองเพิ่มเติมเป็น 12 ไร่ 1 งาน ต่อมาได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 3718 ตำบลหญ้าปล้องอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ นายเสาร์ วงศ์แจ้งเป็นพี่น้องร่วมบิดาเดียวกับโจทก์แต่ต่างมารดา นายเสาร์ได้รับการให้ที่ดินส่วนของนางกา วงศ์แจ้ง ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือของที่ดินโจทก์ เมื่อประมาณ 15 ปีมานี้ นายเสาร์ขายที่ดินส่วนของตนให้แก่บุคคลอื่นแล้วย้ายไปอยู่จังหวัดอุบลราชธานี จำเลยทั้งสามเป็นบุตรของนายเสาร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2531 จำเลยทั้งสามยื่นคำขอรับโอนมรดกต่อพนักงานที่ดินอำเภอเมืองศรีสะเกษอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นมรดกของนายเสาร์ที่ขอหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้ตาม

น.ส.3 เลขที่ 53 ตำบลหญ้าปล้องอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้โอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้งสามแล้วโจทก์เพิ่งทราบว่านายเสาร์นำที่ดินส่วนของโจทก์ไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยมิชอบ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้องให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 53 ตำบลหญ้าปล้องอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีชื่อจำเลยทั้งสามเป็นผู้รับโอนมรดกจำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของนายเสาร์บิดาของจำเลยทั้งสามโดยได้รับมรดกจากนางกา เมื่อประมาณ 15 ปีมานี้นายเสาร์รวมทั้งจำเลยทั้งสามไปทำมาหากินอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีโจทก์จึงขออาศัยทำกินในที่ดินพิพาท

เมื่อนายเสาร์ถึงแก่กรรมจำเลยทั้งสามรับโอนมรดกที่ดินพิพาทมาเป็นของตน โจทก์ไม่มีสิทธิใด ๆในที่ดินพิพาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามน.ส.3 ก. เลขที่ 3718 ตำบลหญ้าปล้อง อำเภอเมืองศรีสะเกษจังหวัดศรีสะเกษ ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้เพิกถอน น.ส.3 เลขที่ 53 ตำบลหญ้าปล้อง อำเภอเมืองศรีสะเกษจังหวัดศรีสะเกษ เฉพาะในส่วนที่จำเลยทั้งสามรับโอนมรดกเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ 40 ตารางวาจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าที่ดินพิพาทตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลหญ้าปล้อง

อำเภอเมืองศรีสะเกษจังหวัดศรีสะเกษ โดยเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2514 ได้มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 เลขที่ 53 ทะเบียนเล่ม 13หน้า 67 จำนวนเนื้อที่ 16 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา มีชื่อนายเสาร์ วงศ์แจ้ง เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ตามเอกสารหมาย จ.22 และนายเสาร์ได้แบ่งขายที่ดินแปลงนี้ให้แก่นายเฮ็งเชียม แซ่จึงไปจำนวน 7 ไร่ 1 งาน 64 ตารางวา คงเหลือ 9 ไร่ 40 ตารางวาต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2531 จำเลยทั้งสามได้รับโอนมรดกที่ดินพิพาทร่วมกันปรากฏตามเอกสารหมาย จ.11 และ จ.21 ตามลำดับ และเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2524 ได้มีการออก น.ส.3 ก. ทะเบียนเลขที่ 3718เล่ม 38 ก หมายเลข 5839 แผ่นที่ 94 ในที่ดินพิพาทมีชื่อโจทก์เป็น

ผู้ครอบครองและได้ทำประโยชน์จำนวนเนื้อที่ 12 ไร่ 1 งานปรากฏตาม น.ส.3 ก. เอกสารหมาย จ.3 โจทก์เป็นน้องสาวของนายเสาร์โดยมีบิดาคนเดียวกันคือ นายคำ วงศ์แจ้ง มารดาของโจทก์คือนางจันทร์ซึ่งเป็นน้องสาวของนางกาและนางกาเป็นมารดาของนายเสาร์ จำเลยทั้งสามเป็นบุตรของนายเสาร์มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทโดยชอบหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า พยานโจทก์ที่นำสืบว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเอกสารหมาย จ.3 ไม่มีน้ำหนักส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกเอาเรื่องการออก น.ส.3 ก.ของโจทก์ขึ้นวินิจฉัยเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ได้วินิจฉัยนอกประเด็น เพราะ น.ส.3 ก.เป็นเอกสารสำคัญเกี่ยวกับที่ดินซึ่งกฎหมายสันนิษฐานว่าผู้มีชื่อในเอกสารเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และเมื่อฟังข้อเท็จจริง ว่า น.ส.3 ก. ตามเอกสารหมาย จ.3 ออกทับ น.ส.3 ตามเอกสารหมาย จ.22จึงถือได้ว่าเป็นการออกโดยมิชอบ อันทำให้ไม่มีผลบังคับตามกฎหมายโจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตาม น.ส.3 ก.เอกสารหมาย จ.3 ซึ่งอยู่ในประเด็นเรื่องการครอบครองที่ดินพิพาทที่ว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง พยานจำเลยทั้งสามที่นำสืบมีน้ำหนักดีกว่าพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยนาท พันตาวงศ์ · สะสม สิริเจริญสุข · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2568

แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้