คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินจากนายเหลืองเมื่อปี 2506เมื่อต้นปี 2533 โจทก์ขอออกโฉนดที่ดิน แต่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งว่าที่ดินของโจทก์มี น.ส.3 ก. เป็นชื่อจำเลย โจทก์ไม่เคยให้จำเลยไปขอออก น.ส.3 ก. แต่อย่างใด โจทก์แจ้งให้จำเลยเพิกถอน น.ส.3 ก. ดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้พิพากษาว่าที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1898 เป็นของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ให้เพิกถอน น.ส.3 ก. เลขที่1898 โดยให้จำเลยไปขอเพิกถอนต่อสำนักงานที่ดิน ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาทนับแต่ปี 2533 จนกว่าจำเลยจะออกจากที่พิพาทจำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้ระบุว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงใด
ตั้งอยู่ที่ไหน มีอาณาเขตติดต่อกับผู้ใด ที่ดินพิพาทตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1898 เนื้อที่ 13 ไร่ 3 งาน 13 ตารางวา เป็นของจำเลยซึ่งได้ซื้อจากนายเหลือง เมื่อปี 2506 จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์และเสียภาษีบำรุงท้องที่ถึงปัจจุบัน เมื่อปี 2520 จำเลยแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินพิพาท ต่อมาปี 2521ทางราชการออก น.ส.3 ก. ให้จำเลยโดยชอบ ซึ่งเป็นการออกทั้งตำบล ปี 2532 พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดให้จำเลย เป็นโฉนดเลขที่ 20753 ไม่มีผู้ใดคัดค้าน โจทก์ไม่เคยมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยครอบครองแทน จำเลยได้ที่ดินมาตั้งแต่ปี 2506ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเรียกคืนขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1898 (โฉนดที่ดินเลขที่20753) เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1898(โฉนดที่ดินเลขที่ 20753) ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 2,000 บาท นับแต่ปี 2533 จนกว่าจำเลยจะออกจากที่พิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องโจทก์ที่ขอให้ศาลเพิกถอนน.ส.3 ก. เลขที่ 1898 หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองแก อำเภอสตึกจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีชื่อของจำเลยนี้ จำเลยได้ให้การต่อสู้ว่า น.ส.3 ก. ดังกล่าวพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ออกโฉนดที่ดินให้จำเลยเป็นโฉนดเลขที่ 20753 ซึ่งในวันชี้สองสถาน ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 18 กันยายน 2533 โจทก์จำเลยก็แถลงว่าที่ดินพิพาทปัจจุบันมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 20753ตำบลเมืองแก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ดังนั้นโฉนดที่ดินเลขที่ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินแปลงเดียวกับที่ปรากฏตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1898 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิในที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากนายเหลืองศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจให้เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าวได้หาเกินคำขอไม่พิพากษายืน