Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6424/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในวันเกิดเหตุ จำเลยกับพวกพาผู้เสียหายกับพวกไปสถานีตำรวจเพื่อเจรจากับตัวแทนของ จ.ในคดีที่ จ. ร้องทุกข์ว่าผู้เสียหายฉ้อโกง และทำบันทึกการจับกุมไว้ แต่จำเลยยังมิได้จับกุมผู้เสียหายส่งต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพราะตัวแทนของ จ. มิได้ขอให้จับกุมเพียงแต่ขอให้จำเลยช่วยทวงเงินคืนจากผู้เสียหายเท่านั้นหลังจากนั้นได้พากันไปเจรจากันต่อที่ห้องพักของจำเลยที่แฟลตเจ้าพนักงานตำรวจ และผู้เสียหายได้ค้างคืนที่ห้องพักของจำเลยโดยสมัครใจ มิได้ถูกควบคุมตัว จึงถือไม่ได้ว่ามีการจับกุมผู้เสียหายในวันดังกล่าว แม้จะมีการทำบันทึกการจับกุมไว้แล้ว แต่เมื่อยังมิได้มีการจับกุมผู้เสียหายตามบันทึกการจับกุมนั้น การที่จำเลยมิได้ส่งตัวผู้เสียหายต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีในวันดังกล่าว แต่เพิ่งจะจับกุมผู้เสียหายในภายหลังเมื่อคดีตกลงกันไม่ได้จึงได้มีการแก้ไขวันที่จับกุมผู้เสียหายให้ถูกต้องตามความเป็นจริง จึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157จำเลยไม่ได้ให้การ แต่แถลงขอต่อสู้คดีศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 2 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติว่า เมื่อวันที่3 มีนาคม 2529 จำเลยกับพวกได้ไปพบนางบุญนำ กุณธิ ผู้เสียหายที่บริษัทของผู้เสียหายเพื่อทวงถามให้ผู้เสียหายคืนเงินจำนวน23,000 บาท ให้แก่นายสังข์ทอง มัจจุปะ ตัวแทนของนายเจิด เฉยฉินตามที่นายเจิดได้ร้องทุกข์กล่าวหาว่าผู้เสียหายได้ฉ้อโกงเงินจำนวนดังกล่าวไปจากนายเจิดโดยผู้เสียหายได้รับเงินจำนวนนี้ไปจากนายเจิดโดยสัญญาว่าจะส่งนายเจิดไปทำงานที่ต่างประเทศแต่ไม่ได้ส่งไปตามสัญญา

จำเลยกับพวกพาผู้เสียหายกับพวกไปเจรจาเพื่อตกลงกันที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีตามที่นายเจิดไปแจ้งความไว้ แต่ตกลงกันไม่ได้ จากนั้นจึงพากันไปเจรจากันต่อที่ห้องพักของจำเลยที่แฟลตเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามและผู้เสียหายได้ค้างคืนที่ห้องพักของจำเลยดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 5 มีนาคม2529 ผู้เสียหายยังตกลงกับนายสังข์ทองตัวแทนของนายเจิดไม่ได้ จำเลยจึงให้สิบตำรวจเอกทวีชาติ สังข์ขาว ส่งตัวผู้เสียหายแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีเพื่อดำเนินคดีต่อไปมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ฯลฯจากพยานหลักฐานดังกล่าว เป็นการเจือสมข้อนำสืบของจำเลยที่ว่าในวันที่ 3 มีนาคม 2529 ยังมิได้ทำการจับกุมผู้เสียหาย จึงมิได้ส่งตัวผู้เสียหายต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีในวันนั้น เป็นเพราะผู้เสียหายและนายกิตติกาญจน์

บุตรชายของผู้เสียหายเกรงว่านายสังข์ทองตัวแทนของนายเจิดจะไม่ยอมปล่อยตัวผู้เสียหายไปจึงได้ให้นายกิตติกาญจน์ทำบันทึกไว้ว่า ผู้เสียหายสมัครใจพักอยู่ที่ห้องของจำเลยโดยมิได้มีผู้ใดบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใดแม้จะฟังว่าบันทึกการจับกุม ตามเอกสารหมาย จ.3 จะได้ทำครั้งแรกในวันที่ 3 มีนาคม 2529 แต่ยังมิได้มีการจับกุมผู้เสียหายตามบันทึกการจับกุมนั้น ย่อมต้องถือว่าจำเลยยังมิได้จับกุมผู้เสียหายตามความเป็นจริง เพิ่งจะมาจับกุมผู้เสียหายในวันที่ 5 มีนาคม 2529เมื่อคดีตกลงกันไม่ได้ จึงได้มีการแก้ไขวันที่จับกุมผู้เสียหายให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ทั้งนี้เพราะนายสังข์ทองเบิกความยืนยันว่า แม้จะได้ออกหมายจับผู้เสียหายไว้แล้ว แต่ตนมิได้ขอให้จับกุมผู้เสียหายในวันที่ 3 มีนาคม 2529 เพียงแต่ขอให้จำเลยช่วยทวงเงินคืนจากผู้เสียหายเท่านั้น จึงไม่ถือว่ามีการจับกุมผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78(4) ในวันนั้นการที่จำเลยให้ผู้เสียหายพักค้างคืนอยู่ที่ห้องพักของจำเลยก็มิได้มีการควบคุมผู้เสียหายแต่อย่างใด หากแต่ผู้เสียหายสมัครใจอยู่ที่นั่นเองเพราะเป็นคนจังหวัดเดียวกับจำเลยเนื่องจากเกรงว่านายสังข์ทองจะให้ส่งตัวผู้เสียหายไปคุมขังที่สถานีตำรวจ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้องพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ก้าน อันนานนท์ · พินิจ พาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6403/2545

การจับ ส. ที่บ้านได้กระทำโดยมีหมายจับที่พันตำรวจเอก ร. ออกโดยชอบและหมายค้นของศาลจังหวัดมีนบุรี เมื่อแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและแสดงหมายค้น ส. ซึ่งยืนอยู่ด้านในรั้วบ้านได้ปิดล็อกกุญแจรั้วหน้าบ้าน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2530

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย การที่จำเลยทราบจากผู้เสียหายว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ผู้เสียหาย แล้วจำเลยพูดว่า เรื่องนี้พอสืบได้แต่ต้องไถ่ทรัพย์คืนโดยไม่ปรากฏ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233/2519

จำเลยจับโจทก์ในข้อหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น แม้ว่าการจับครั้งนี้จะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า แต่ก็เป็นกรณีอาจออกหมายจับได้โดยมีเหตุอันสมควรสงสัยว่าโจทก์จะหลบหนี และจำเลยรักษาการแทนผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2140/2568

แม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้