Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6529/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทซึ่งอยู่โดยอาศัยสิทธิของ ส. กับพวกที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายจากโจทก์แล้วผิดสัญญาจะซื้อจะขายไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเรื่องระหว่างโจทก์และ ส. กับพวก จำเลยมิได้เป็นคู่สัญญาไม่จำต้องปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวทั้งโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยละเมิด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทโดยอ้างว่า ส. กับพวกไม่ชำระเงินที่ค้างตามสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้ ส.กับพวกชำระแล้วแต่ส. กับพวกไม่ชำระถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายเป็นอันเลิกกัน จำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิ ส. กับพวกจึงเป็นการอยู่โดยไม่มีสิทธิเป็นละเมิด ดังนี้เหตุที่อ้างในฟ้องคดีนี้เป็นเหตุที่อ้างขึ้นใหม่คนละเหตุกับคดีก่อน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ แม้จำเลยรับโอนที่พิพาทมาโดยสุจริตจาก ส. เสียค่าตอบแทนและครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ก็เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ซึ่งจะต้องมีการทำสัญญากันระหว่างเจ้าหนี้คือโจทก์กับลูกหนี้คนใหม่คือจำเลย เมื่อปรากฏว่าไม่ได้ทำ หนี้ใหม่ก็ไม่เกิดขึ้น โจทก์กับจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์กัน ส. กับพวกอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายอันเป็นการครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายเลิกกันแล้ว ส. กับพวกและจำเลยไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในที่พิพาทต่อไป การที่จำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาทต่อมา จึงเป็นการละเมิดโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องขับไล่จำเลยนี้กับพวกรวม 5 คน ออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง คดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งห้าอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขาย เป็นการยึดถือที่พิพาทแทนโจทก์ และเนื่องจากมีข้อโต้แย้งตามสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งห้าออกจากที่พิพาท ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 458/2528 ของศาลชั้นต้นต่อมาโจทก์ทั้งสองจึงฟ้องขับไล่จำเลยนี้อีก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้เป็นคู่สัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์ทั้งสองและพิพากษายกฟ้อง ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 204/2533 ของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองเห็นว่าจำเลยรับโอนที่พิพาทมาจากนายสุดหรือสุดชา ซึ่งเป็นคู่สัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์จึงได้มีหนังสือบอกกล่าวให้นายสุดหรือสุดชาชำระเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระ แต่นายสุดชาไม่ชำระภายในกำหนดเวลาตามหนังสือบอกกล่าว

สัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทจึงเป็นอันเลิกกันจำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในที่พิพาทอีกต่อไป โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่พิพาทแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาทจำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่พิพาทมาจากนายสุดหรือสุดชาแล้วเข้าทำประโยชน์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 โจทก์ไม่เคยห้ามหรือเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทเลย ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 204/2533 ของศาลชั้นต้น จำเลยรับโอนที่พิพาทมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนและครอบครองทำประโยชน์ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 204/2533

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทซึ่งจำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิของนายสุดหรือสุดชากับพวกที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายจากโจทก์ แล้วผิดสัญญาจะซื้อจะขายไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระเงินส่วนที่ค้างชำระแต่จำเลยไม่ยอมชำระถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายเป็นอันเลิกกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเรื่องระหว่างโจทก์และนายสุดกับพวก จำเลยมิได้เป็นคู่สัญญาจึงไม่จำต้องปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าว ทั้งโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยละเมิด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทโดยอ้างว่านายสุดกับพวกไม่ชำระเงินที่ค้างชำระตามสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้นายสุดหรือสุดชากับพวกชำระแล้ว แต่นายสุดหรือสุดชากับพวกไม่ชำระถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายเป็นอันเลิกกัน

จำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิของนายสุดหรือสุดชาจึงเป็นการอยู่โดยไม่มีสิทธิเป็นการละเมิดเห็นว่า เหตุที่อ้างมาในฟ้องคดีนี้เป็นเหตุที่อ้างขึ้นใหม่คนละเหตุกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 204/2533 ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่ซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 204/2533 ของศาลชั้นต้น และวินิจฉัยต่อไปว่าแม้จำเลยรับโอนที่พิพาทมาโดยสุจริตจากนายสุดหรือสุดชาเสียค่าตอบแทนและเข้าครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของก็เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ซึ่งจะต้องมีการทำสัญญากันระหว่างเจ้าหนี้คือโจทก์กับลูกหนี้คนใหม่คือจำเลย ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยไม่ได้ทำสัญญากันใหม่ หนี้ใหม่ก็ไม่เกิดขึ้น โจทก์กับจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์กันนายสุดหรือสุดชากับพวกและจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขาย

อันเป็นการครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายเลิกกันแล้ว นายสุดหรือสุดชากับพวกและจำเลยไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในที่พิพาทต่อไป การที่จำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาทต่อมาจึงเป็นการละเมิด โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องพิพากษากลับว่า ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11229/2553

มูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามในคดีนี้เป็นมูลหนี้เดียวกันกับมูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 13509/2545 ของศาลชั้นต้นโดยเป็นการฟ้องเรียกให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามเช็คทั้งเจ็ดฉบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6296/2545

โจทก์บรรยายฟ้องเสนอข้อหาว่าจำเลยทำผิดสัญญาจ้างแรงงานเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แม้โจทก์จะตั้งข้อหาหรือฐานความผิดในคำฟ้องว่าเป็นเรื่องละเมิดและบรรยายฟ้องด้วยว่าโจทก์ตรวจสอบรู้ตัวผู้รับผิดว่าคือจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4501/2540

โจทก์รับโอนสิทธิตามสัญญาแบ่งขายที่ดินจาก ท. และโจทก์เข้าครอบครองที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 350 ซึ่งจะต้องมีการทำสัญญาระหว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2540

ตามคำฟ้องโจทก์นอกจากจะกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิในการทำเหมืองแร่โดยรับโอนสิทธิตามประทานบัตรแล้วยังได้กล่าวอ้างมาด้วยว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อหรือรับโอนมาจากเจ้าของที่ดินเดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8118/2540

โจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยมีเจตนายึดถือเพื่อตนโจทก์จึงมีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1367 จำเลยอยู่ในที่พิพาทของโจทก์โดยจำเลยไปเช่า ที่พิพาทจากบุคคลที่ไม่มีสิทธิให้เช่า จำเลยย่อมไม่อา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้