Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 666/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การรับสภาพหนี้นั้น ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือเสมอไปเพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(1)บัญญัติว่า ถ้าลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องด้วยทำหนังสือรับสภาพให้ก็ตาม หรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นก็ใช้ได้ ดังนั้นการรับสภาพหนี้จึงไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง จึงนำพยานบุคคลมาสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความตามหนังสือรับสภาพหนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ว่าเป็นหนี้โจทก์อยู่50,000 บาท และจำเลยจะชำระหนี้ทั้งหมดแก่โจทก์ภายใน 1 เดือนโจทก์มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้แล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 85,055 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในเงินต้น 50,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์หลอกลวงให้จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ 50,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ หนังสือรับสภาพหนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่สมบูรณ์ใช้บังคับไม่ได้ หลังจากจำเลยได้รับเงินกู้แล้ว จำเลยผ่อนชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์รวมเป็นเงิน 10,000 บาท เกินกว่าจำนวนหนี้ที่จำเลยจะต้องชำระหนี้แก่โจทก์

จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อีก โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่า 5 ปี ต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งคงฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า โจทก์มีอาชีพออกเงินให้กู้ จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอมรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.1 ให้แก่โจทก์ไว้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายข้อแรกว่า จำเลยไม่มีสิทธินำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในหนังสือยินยอมรับสภาพหนี้ เอกสารหมาย จ.1เพราะเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การรับสภาพหนี้นั้น ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือเสมอไปเพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 172 เดิม (มาตรา 193/14(1) ใหม่) บัญญัติว่า ถ้าลูกหนี้รับสภาพต่อเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องด้วยทำหนังสือรับสภาพให้ก็ตาม หรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องนั้น ก็ใช้ได้ดังนั้น การรับสภาพหนี้จึงไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังพยานบุคคลแล้วนำไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความตามหนังสือยินยอมรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.1 จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายข้อสุดท้ายว่า ตามหนังสือยินยอมรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.1 มีข้อความว่า หากจำเลยผิดนัดยอมให้โจทก์ฟ้องร้องบังคับคดีได้ทันที โดยจะไม่หยิบยกข้ออ้างใด ๆ ขึ้นต่อสู้โจทก์ ข้อความดังกล่าวจึงถือว่าจำเลยสละข้อต่อสู้แล้วนั้นศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นที่โจทก์ยกขึ้นฎีกาดังกล่าวเป็นฎีกาในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ทั้งปัญหาดังกล่าวก็มิใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกาศ บูรพางกูร · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2538

โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาตามบันทึกหลังทะเบียนหย่ายกที่พิพาทให้แก่ พ. และ ว.ซึ่งเป็นบุตรโจทก์จำเลยจึงมีฐานะเป็นลูกหนี้ที่จะต้องโอนที่พิพาทให้แก่บุตรทั้งสองเมื่อโจทก์ทวงถามให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจำเลยได้ทำห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2537

การรับสภาพหนี้ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 172 เดิม (มาตรา 193/14 (1)ใหม่) ดังนั้นการที่ศาลรับฟังพยานบุคคลแล้วนำไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความตามหนังสือรับสภาพหนี้ จึงไม่ต้องห้ามตามป.วิ.พ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2537

การรับสภาพหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่ต้องมีมูลหนี้เดิมก่อนเมื่อ ท. ไม่มีหนี้ต้องรับผิดต่อโจทก์ แม้จำเลยทำบันทึกยอมใช้หนี้โจทก์แทน ท. ก็หาทำให้เอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือรับสภาพหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่ไม่ ทั้งไม่ก่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8084/2567

คำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลางในคดีที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัท อ. ลูกหนี้ และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ว่าหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีขาดอายุคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้