Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การรับสภาพหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่ต้องมีมูลหนี้เดิมก่อนเมื่อ ท. ไม่มีหนี้ต้องรับผิดต่อโจทก์ แม้จำเลยทำบันทึกยอมใช้หนี้โจทก์แทน ท. ก็หาทำให้เอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือรับสภาพหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่ไม่ ทั้งไม่ก่อให้เกิดมูลหนี้จึงไม่ผูกพันจำเลย การนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารต้องเป็นการนำสืบในลักษณะที่อ้างว่ายังมีข้อเท็จจริงอย่างอื่นเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร การที่จำเลยนำสืบถึงเหตุผลที่จำเลยต้องลงชื่อในเอกสารเพื่อแสดงว่าไม่มีมูลหนี้ที่จำเลยต้องรับผิด จึงมิใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำบันทึกยอมรับว่าเป็นหนี้ค่าน้ำมันบริษัทแพนปิโตรเลียม จำกัด โดยมีโจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน บริษัทแพนปิโตรเลียม จำกัด ได้ฟ้องโจทก์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้บังคับคดีแล้ว ในวันทำบันทึกจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ 10,000 บาทส่วนที่เหลือจะชำระเมื่อได้รับเงินจากทางราชการในฐานะคู่สัญญารับจ้างเสียก่อน ต่อมาจำเลยได้รับเงินจากทางราชการในฐานะคู่สัญญาเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ชำระเงินให้โจทก์ โจทก์ทวงถามจำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่าบันทึกที่โจทก์อ้างเป็นเพียงเอกสารที่จำเลยยอมรับว่านายทร ทองศรีอ้น สามีจำเลยเป็นหนี้ค่าน้ำมันบริษัทแพนปิโตรเลียม จำกัด โดยที่นายทรไม่ได้รู้เห็นในการทำบันทึกและบันทึกดังกล่าวมิใช่เอกสารที่แสดงว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ไม่ใช่การรับสภาพหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่โจทก์ฎีกาเป็นข้อสุดท้ายว่าบันทึกเอกสารหมาย จ.1 มีผลผูกพันจำเลยนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายทรมิได้เป็นหนี้ค่าน้ำมันบริษัทแพนปิโตรเลียมจำกัด และโจทก์ไม่ใช่ผู้ค้ำประกันนายทรต่อบริษัทแพนปิโตรเลียมจำกัด นายทรจึงไม่มีหนี้ที่จะต้องรับผิดโจทก์ ดังนั้นแม้จำเลยจะทำบันทึกยอมใช้หนี้ให้แก่โจทก์แทนนายทรตามเอกสารหมายจ.1 ก็หาทำให้เอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือรับสภาพหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่ไม่ เพราะไม่มีมูลหนี้เดิมที่จะให้รับสภาพหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่เอกสารหมาย จ.1 ย่อมไม่ก่อให้เกิดมูลหนี้ จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยให้ต้องรับผิดต่อโจทก์ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · สวิน อักขรายุธ · วินัย วิมลเศรษฐ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7982/2547

โจทก์รับจำเลยที่ 1 เข้าทำงานโดยมีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานระหว่างทำงานจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพนี้มีข้อความว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้รับเงินจากลูกค้าแล้วไม่นำเงินส่งแก่โจทก์และขอชำระเงินด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5303/2545

การรับสภาพหนี้เป็นการที่ลูกหนี้รับสภาพต่อเจ้าหนี้ว่าจะชำระหนี้ให้ ดังนั้น การที่จำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิได้เป็นลูกหนี้ผูกพันตนเข้าชำระหนี้ของ พ. แก่โจทก์จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ ทั้งในเอกสารดังกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9221/2544

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมารถยนต์เช่าซื้อได้รับอุบัติเหตุเสียหายทั้งคัน บริษัทผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ค่าเสียหาย แต่ยังไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 666/2541

การรับสภาพหนี้นั้น ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือเสมอไปเพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(1)บัญญัติว่า ถ้าลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องด้วยทำหนังสือรับสภาพให้ก็ตาม หรือทำการอย่าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2541

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากโจทก์โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม และมีข้อตกลงด้วยว่า แม้จำเลยที่ 1 ตกลงแปลงหนี้ด้วยประการใด ๆ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังคงยอมรับผิดเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้