Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่าทรัพย์ต้องอายัดตาม มาตรา 316 นั้นกินความถึงทรัพย์ที่ถูกยึดแล้วมอบหมายให้เจ้าของทรัพย์นั้นเป็นผู้ดูแลรักษาไว้ด้วยและถ้ามอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ดูแลรักษาแล้วเจ้าของทรัพย์บังอาจเอาไปโดยเจตนาทุจริตก็มีผิดฐานลักทรัพย์ตาม มาตรา 290(ประชุมใหญ่ครั้งที่9/2498)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 316 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290 ป.อ. มาตรา 316 ป.อ. มาตรา 290

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยถูกนายประมุขเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจังหวัดปราจีนบุรียึดข้าวเปลือกของจำเลยไว้ 250 ถังเป็นราคา 1,625 บาท ตามคำสั่งของศาลจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อขายใช้หนี้แก่นายสายหยัดเจ้าหนี้ของจำเลยในคดีแดงที่ 1/2496 โดยมอบให้จำเลยเป็นคนดูแลรักษาข้าวที่ยึดไว้นั้น แต่ต่อมาจำเลยบังอาจยักยอกเอาข้าวเปลือกนั้นไปจำหน่ายเสีย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษฐานยักยอกตามกฎหมายอาญา มาตรา 314, 316 โดยมีนายสายหยัดผู้เสียหายร้องทุกข์และขอเป็นโจทก์ร่วมจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง แต่ต่อสู้ในข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง เพราะข้าวรายนี้ถูกเจ้าพนักงานยึด ไม่ใช่อายัด อันจะเป็นความผิดตาม มาตรา 314, 316 ดังโจทก์ฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่า

คดีนี้ทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายเป็นของจำเลยเอง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตาม มาตรา 314ส่วนความผิดตาม มาตรา 316 จะต้องปรากฏว่าเป็นทรัพย์ที่ต้องอายัดซึ่งมีความหมายต่างกันทรัพย์ที่ถูกยึดจำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรานี้ดุจกัน พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนแต่มีผู้พิพากษานายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่าข้าวของจำเลยที่ถูกยึดนั้นต้องถือว่าถูกอายัดด้วย เมื่อจำเลยเอาไปขายโดยเจตนาทุจริตต้องมีความผิดตาม มาตรา 316 ประกอบด้วย มาตรา 314ดังโจทก์ฟ้องโจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามบทที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษโดยมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดในการที่ที่เจ้าของทรัพย์บังอาจเอาทรัพย์ของตนอันต้องยึดหรือต้องอายัดไปเสียโดยเจตนาทุจริตเช่นนี้ตามกฎหมายอาญามีบัญญัติอยู่ 2 แห่ง

คือ มาตรา 316 ฐานยักยอกทรัพย์ที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยในคดีนี้ กับมาตรา 290 ในหมวดฐานลักทรัพย์ ที่บัญญัติไว้เช่นนี้ก็โดยตามหลักทั่วไปของความผิดฐานลักทรัพย์ก็ดี ฐานยักยอกทรัพย์ก็ดี จะต้องเป็นทรัพย์ของผู้อื่นถ้าเป็นทรัพย์ของตนเองแล้วไม่เป็นความผิด ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าการที่เจ้าของทรัพย์บังอาจเอาทรัพย์ของตนเองอันต้องยึดหรืออายัดไปโดยเจตนาทุจริตต้องมีความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่ว่าทรัพย์นั้นเจ้าของทรัพย์หรือผู้อื่นเป็นผู้รับมอบหมายไว้ ส่วนการที่ มาตรา 290 บัญญัติถึงทรัพย์ต้องยึดหรือต้องอายัด แต่ มาตรา 316 บัญญัติเพียงต้องอายัดอย่างเดียวเท่านั้น ก็คงเนื่องจาก กฎหมายในขณะนั้นไม่ได้บัญญัติเรื่องยึดหรืออายัดไว้ชัดแจ้ง แต่ได้ใช้คำทั้งสองนี้ปะปนกันต่างกับที่ใช้อยู่ในเวลานี้ทั้งกฎหมายอาญาก็มิได้ให้คำวิเคราะห์ศัพท์ไว้

ศาลฎีกาจึงเห็นว่า คำว่าทรัพย์ต้องอายัดตาม มาตรา 316 ย่อมกินความถึงทรัพย์ที่ถูกยึดแล้วมอบหมายให้เจ้าของทรัพย์นั้นเป็นผู้ดูแลรักษาไว้เช่นคดีนี้ด้วย และถ้ามอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ดูแลรักษาแล้วเจ้าของทรัพย์บังอาจเอาไปโดยเจตนาทุจริตก็มีผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 290พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 316ประกอบกับ มาตรา 314 ให้จำคุกจำเลย 1 ปี ปราณีตามมาตรา 59 กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย 6 เดือน และปรากฏว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อนสมควรให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 3 ปี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2490

ความผิดอันเกี่ยวกับการที่เอาทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดไปอาจเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี คือถ้าทรัพย์นั้นจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์รักษาและจำเลยคิดทุจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2490

จำเลยแจวเรือไปส่งคนร้ายขึ้นลักตัดสายโทรเลขโทรศัพท์แล้วไปจอดเรือรอคอยห่างที่เกิดเหตุ 20 เส้น เพื่อจะบรรทุกสายโทรเลขโทรศัพท์ที่จะลักตัดมาได้นั้นเป็นการกระทำอุปการะแก่การกระทำผิดของคนร้ายมีผิดฐานสมรู้ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2486

พลตำรวจไปจับของกลางในการเล่นการพนันนอกเขตที่ตนมีอำนาจและหน้าที่นั้น ไม่ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ ของกลางนั้นจึงไม่เป็นของต้องยึดหรืออายัดตามกฎหมายและการที่ผู้ลักเล่นการพนันใช้กำลังทำร้าย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978/2567

การที่ผู้ตายที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทง น. แล้ว น. ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้ตายที่ 2 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างกะทันหันโดยจำเลยมิได้คบคิดนัดหมายกันมาก่อน ถือไม่ได้ว่าจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 234/2567

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำชำเราผู้ตายในคราวเดียวกับที่จำเลยทำร้ายผู้ตาย ทั้งการที่จำเลยใช้มือตีไปที่ศีรษะและบริเวณหลังของผู้ตายก็ด้วย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้