คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานได้พบเรือของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลย จึงอายัดเรือของกลางไว้กับจำเลย และนางเพ็งเพื่อสืบหาเจ้าของต่อมาจำเลยบังอาจลักเรือนั้นไปจึงขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 288, 290ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกา เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องโจทก์ว่าเรือของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลยในขณะถูกจับอยู่ก่อนแล้วเจ้าพนักงานได้อายัดเรือนั้นไว้กับจำเลยและนางเพ็งเรือก็ยังคงอยู่ในความครอบครองของจำเลยนั้นเอง ถ้าจำเลยเอาเรือนั้นโดยเจตนาทุจริต ก็ย่อมเป็นผิดฐานยักยอกทรัพย์มิใช่ฐานลักทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้อง
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน