Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ขู่จำเลยว่าจะให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีกับจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยจึงยอมสั่งจ่ายเช็คใหม่จำนวนเงินเกินกว่าหนี้เดิมให้โจทก์ ดังนี้ หาใช่เป็นการข่มขู่อันเป็นเหตุให้นิติกรรมตกเป็นโมฆียะไม่ เพราะเป็นการขู่จะใช้สิทธิตามกฎหมายโดยชอบ การที่จำเลยยอมสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงินเกินกว่าหนี้เดิมเพื่อแลกเช็คฉบับที่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินคืนจากโจทก์ และเพื่อระงับเรื่องโจทก์จะดำเนินคดีกับจำเลย จึงเป็นการยอมความกันในคดีอาญาเรื่องเช็คนั้นใช้บังคับกันได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามเช็คที่สั่งจ่ายใหม่เต็มจำนวน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 113 ป.พ.พ. มาตรา 127 ป.พ.พ. มาตรา 850 ป.พ.พ. มาตรา 914 ป.พ.พ. มาตรา 989 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงิน 16,000 บาท เพื่อชำระค่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ จำเลยที่ 2 ลงชื่อสลักหลังรับเป็นอาวัล แต่เช็คดังกล่าวธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งว่า เช็คตามฟ้องจำเลยลงชื่อสั่งจ่ายเพราะถูกโจทก์ข่มขู่ โดยจำเลยเคยสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงิน 96,000 บาท ชำระหนี้โจทก์ค่าซื้อรถยนต์แต่ถึงกำหนดเงินในบัญชีไม่พอจ่าย จำเลยขอผ่อนชำระโจทก์ขู่ว่าจะนำเจ้าหน้าที่ไปจับจำเลยและบังคับให้จำเลยออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้า 7 ฉบับรวมเป็นเงิน 136,000 บาท เกินกว่ามูลหนี้ 40,000 บาท โจทก์นำไปเบิกเงินแล้ว120,000 บาท คงเหลือฉบับสุดท้ายคือฉบับตามฟ้อง

จำเลยจึงขอบอกล้างเช็คส่วนที่เกินมูลหนี้และฉบับตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องโจทก์ให้โจทก์คืนเช็คตามฟ้องและคืนเงินส่วนที่ชำระเกินไป 24,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ถูกข่มขู่ให้ออกเช็คโดยไม่มีมูลหนี้ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน (อาวัล) จึงไม่ต้องรับผิดโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ข้ออ้างของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นการขู่อันจะทำให้การสั่งจ่ายเช็คตกเป็นโมฆียะไปได้ ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้เงินแก่จำเลยที่ 1124,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 16,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยร่วมกันออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้า 7 ฉบับ ซึ่งฉบับพิพาทเป็นฉบับสุดท้าย รวมจำนวนเงิน136,000 บาท เพื่อผ่อนชำระหนี้สำหรับเช็คฉบับจำนวน 96,000 บาทที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้แก่โจทก์และถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะโจทก์ขู่ว่าจะให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คก็ตาม กรณีก็หาใช่เป็นการข่มขู่อันเป็นเหตุให้นิติกรรมตกเป็นโมฆียะแต่อย่างใดไม่ เพราะเป็นการที่โจทก์ขู่จะใช้สิทธิตามกฎหมายโดยชอบ การที่จำเลยยอมสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงินเกินกว่าหนี้เดิมเพื่อแลกเช็คฉบับที่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินคืนจากโจทก์และเพื่อระงับเรื่องโจทก์จะดำเนินคดีเอากับจำเลย จึงเป็นการยอมความกันในคดีอาญาเรื่องเช็คนั้น ใช้บังคับกันได้ หาขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใดไม่ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2502

แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นเรื่องฟ้องซ้ำ จำเลยก็ยกขึ้นมาคัดค้านในชั้นฎีกาได้ คดีก่อนโจทก์ฟ้องทางอาญาขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้เช็คไม่มีเงินแต่คดีหลังโจทก์ฟ้องทางแพ่งขอให้จำเลยใช้เงินตามเช็คที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2538

แม้จำเลยมิได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การว่าเช็คพิพาทมีการรวมดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายทบต้นไว้ในเช็คนั้นด้วยจึงเป็นโมฆะทั้งฉบับ ทั้งท้ายคำให้การยังมีคำขอให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของเงินที่เป็นดอกเบี้ยที่เป็นโมฆะ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2532

การที่จำเลยออกเช็คพิพาทลงวันที่ล่วงหน้าแลกเงินสดจาก ย.โดยมิได้มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นย. ย่อมมีสิทธินำเช็คพิพาทไปขอรับเงินจากธนาคาร เมื่อเช็คถึงกำหนด การที่ ย. นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดกับผู้เสียหายอีกทอดห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4257/2530

แม้ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลใด ยึด ถือครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ก็เป็นเพียงบทบัญญัติที่ใช้บังคับระหว่างรัฐกับราษฎร ซึ่งเป็นผลให้ราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2502

เช็คมีชื่อผู้สลักหลังหลายคน ผู้สลักหลังแต่ละคนย่อมมีความรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 989, 914, 959, 967. เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงินไม่ได้ ผู้สลักหลังคนใดคนหนึ่งย่อมเป็นผู้เสียหายที่จะดำเนินการร้องทุกข์ให้ดำเนินค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้