Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

(1) ในคดีเรื่องเดิม เมื่อศาลฎีกาฟังว่าคู่ความตกลงซื้อขายที่ดินเต็มทั้งโฉนด ต่อมาฝ่ายใดจะฟ้องร้องหรือต่อสู้กันเป็นคดีใหม่ว่าซื้อขายเฉพาะบางส่วนเช่นนี้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 ทั้งนี้ถ้าหากเป็นคดีที่ไม่เกี่ยวกับที่ดินซึ่งถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา(2) ในสัญญาซื้อขายอาจระบุถึงที่ดินในเขตเวนคืนฯได้ แต่ไม่ทำให้ผู้ซื้อมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ถูกเวนคืน(3) ในคดีเดิม ศาลฎีกาได้พิพากษาให้รัฐบาลคืนที่ดินที่เวนคืนแต่เหลือใช้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องเป็นคดีใหม่ว่าจำเลยได้ทำสัญญาขายที่ดินในเขตเวนคืนดังกล่าวจึงมีประเด็นว่า โจทก์จะเรียกร้องให้ส่งมอบได้หรือไม่ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับคดีเรื่องก่อนๆ จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148(4) ในเวลาทำสัญญาซื้อขายที่ดิน แม้ผู้ขายจะไม่มีกรรมสิทธิ์เพราะที่นี้ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาแต่ต่อมาผู้ขายได้กรรมสิทธิ์มา เพราะรัฐบาลคืนให้ผู้ซื้อย่อมเรียกร้องเอาจากผู้ขายได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ถ้าแสดงไม่ได้ก็ให้จำเลยโอนหรือใช้ราคาพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยให้การต่อสู้และฟ้องแย้งศาลแพ่งวินิจฉัยว่า ข้ออ้างต่าง ๆ ตามฟ้องโจทก์เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งเลขแดงที่ 1190/2492 และว่า ขณะที่ดินตกเป็นของแผ่นดิน จะอ้างการครอบครองต่อสู้กับแผ่นดินไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยตั้งแต่ 28 กันยายน 2498 จนกว่าจะออกไปจากที่พิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกากล่าวว่า ได้พิจารณาคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 292/2491แล้วเห็นว่า เป็นการฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยตกลงขายที่ดินสองโฉนดให้แก่ฝ่ายโจทก์ เต็มทั้งโฉนด และพิพากษาให้จำเลยโอนให้แก่โจทก์เต็มทั้งโฉนด และกล่าวต่อไปว่า คดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 292/2491 นี้ ถ้าหากไม่เกี่ยวกับที่ดินที่ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินแล้ว จำเลยจะกล่าวอ้างขึ้นฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีไม่ได้เลยว่าที่ดินภายในเขตโฉนดที่ 2182 หรือ 2189นั้น จำเลยทำสัญญาซื้อขายให้แก่ฝ่ายโจทก์เฉพาะบางส่วน (และจำเลยจะกล่าวอ้าง) ไม่ได้ด้วยว่า ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนที่ให้แก่ฝ่ายโจทก์เฉพาะบางส่วนไม่เต็มตามโฉนด ซึ่งถ้าจำเลยฟ้องคดีหรือต่อสู้คดีดังกล่าว

ก็ย่อมถือว่าเป็นการรื้อฟ้องร้องหรือว่ากล่าวกันอีกในประเด็นที่ศาลวินิจฉัยแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148อนึ่ง ศาลฎีกาได้กล่าวต่อไปว่า สำหรับคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 222/2495 ศาลฎีกามิได้มุ่งวินิจฉัยว่า โจทก์กับพระยาราชพินิจจัยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินโดยมีข้อสัญญาต่อกันอย่างไรบ้างเพราะถึงแม้โจทก์กับพระยาราชพินิจจัยจะมีข้อสัญญาระบุซื้อขายที่ดินในเขตเวนคืน ก็ไม่ทำให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ถูกเวนคืน ในทางกลับกัน แม้ที่ดินจะอยู่ในเขตเวนคืน ผู้ที่ทำสัญญาซื้อขายก็อาจจะระบุข้อสัญญากินถึงที่ดินในเขตที่ถูกเวนคืนได้ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้ ส่วนข้อสัญญานั้นจะมีผลต่อกันอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยนี้กับพระยาราชพินิจจัยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินต่อกันโดยมีข้อสัญญาอย่างไรบ้างนั้น เป็นประเด็นข้อเท็จจริงในคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 292/2491 ซึ่งศาลได้พิพากษาคดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว

สำหรับคดีที่โจทก์จำเลยพิพาทกันในคดีเรื่องใหม่นี้ เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยทำสัญญาขายที่พิพาทให้แก่ฝ่ายโจทก์แต่ปรากฏว่าที่พิพาทนี้อยู่ในเขตเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา จำเลยได้ไปฟ้องกระทรวงมหาดไทยขอให้คืนที่รายนี้แก่จำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นเจ้าของมาก่อนพระราชกฤษฎีกาฯ ศาลพิพากษาให้กระทรวงมหาดไทยคืนที่ดินให้แก่จำเลยแล้ว โจทก์จึงเรียกร้องเอาที่พิพาทนี้จากจำเลย อันเป็นคดีที่มีประเด็นว่า เมื่อจำเลยทำสัญญาซื้อขายที่พิพาทแก่ฝ่ายโจทก์แล้ว เมื่อจำเลยได้รับที่พิพาทกลับคืนมา ฝ่ายโจทก์จะเรียกร้องขอให้จำเลยส่งมอบที่พิพาทแก่โจทก์ได้หรือไม่ อันเป็นคดีมีประเด็นคนละอย่างกับคดีเรื่องก่อน ๆ เห็นว่าคดีนี้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ในคำพิพากษาฎีกาที่ 292/2491 ศาลฎีกาพิพากษาว่า จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินให้โจทก์ทั้งแปลง จึงต้องถือข้อเท็จจริงตามนี้ เมื่อถือว่าจำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินในโฉนดที่ 2182 และ 2189 ซึ่งคลุมถึงที่พิพาทด้วย

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยผู้ขายไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในเวลาทำสัญญาซื้อขายก็ตาม แต่เมื่อได้กรรมสิทธิ์มาเป็นของจำเลยแล้ว โจทก์ฝ่ายผู้ซื้อก็เรียกร้องเอาที่ดินนั้นจากจำเลยตามที่จำเลยทำสัญญาขายให้ไว้แก่ฝ่ายโจทก์ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ที่ 2 ห้ามจำเลยมิให้ขัดขวางการใช้สิทธิของโจทก์ที่ 2 ยกฟ้องแย้งฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · สำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6967/2545

สัญญาเช่า (โดยมีสิทธิเลือกซื้อ) ระบุว่า ห้างฯ จำเลยที่ 1 เช่ารถยนต์คันหนึ่งจากบริษัทโจทก์มีกำหนด 4 ปี ชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน โดยจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดการเช่าแต่มีสิทธิจะซื้อรถย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 431/2492

โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์ตกลงซื้อนาจากจำเลย ชำระราคาแล้ว และเข้าครอบครองตลอดมา หลักฐานการจะซื้อขายอยู่ที่ทำการสหกรณ์ ยังไม่ได้โอนกันตามระเบียบ จึงฟ้องขอให้จำเลยโอนขาย ฟ้องดังนี้ตีความได้ว่า สัญญาระหว่าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1354/2492

ที่พิพาทเป็นที่ว่างยังไม่ได้มีการปลูกสร้าง และไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน แต่ปรากฎว่าอยู่ริมถนนหลวงในเขตต์เทศบาลและมีบ้านเรือนปลูกอยู่แล้วโดยรอบที่นี้ จึงมีลักษณะเป็นที่บ้าน. บิดาโจทก์ได้ทำสัญญาขายท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1166/2492

จำเลยทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง จำเลยผิดสัญญา ผู้ร้องจึงฟ้องขอให้จำเลยขายที่พิพาทหรือใช้ค่าเสียหาย คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ร้องขอให้ศาลยึดที่พิพาทรายนี้ไว้แล้ว แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2491

ซื้อเรือนเพื่อรื้อไป ไม่จำต้องทำสัญญาจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็สมบูรณ์ เจ้าของร่วมคนหนึ่งทำสัญญาขายทรัพย์ให้แก่เขา เขาซื้อไว้โดยสุจริตเมื่อปรากฏว่าเจ้าของร่วมคนอื่นๆ ได้รู้เห็นยินยอมในการซื้อขาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้