Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับของโจทก์ระบุว่า ถ้าเงินที่นำไปคราวหนึ่งเป็นตัวเงินสดรวมกันเกิน 20,000 บาท ให้มีกรรมการประกอบด้วยพนักงานการเงินกับพนักงานชั้นหัวหน้าหรือเทียบเท่าอีกไม่น้อยกว่า 2 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นาย พร้อมกับอาวุธปืนร่วมกันเป็นคณะ ห้ามนำเงินไปแต่ลำพังผู้เดียว ฉะนั้น การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 โดยลำพังแต่ผู้เดียวเป็นผู้รับเงินค่าข้าวสารเป็นจำนวนสูงถึง140,250 บาท จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับดังกล่าว และเป็นช่องทางให้เงินดังกล่าวต้องเกิดการสูญหายขึ้นอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ถือได้ว่าเป็นผลโดยตรงจากการกระทำโดยประมาทของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดชดใช้เงินดังกล่าวแก่โจทก์โจทก์แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบในทางแพ่งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12กุมภาพันธ์ 2529 จะถือว่าโจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วในวันแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวหาได้ไม่ เมื่อปรากฏว่าคณะกรรมการสอบสวนได้เสนอผลการสอบสวนให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2528 คดีที่โจทก์นำมาฟ้อง จึงยังไม่เกิน 1 ปี คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งหัวหน้าแผนกจำหน่ายส่วนจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานการเงินจำเลยที่ 2 ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 1 ให้ไปส่งข้าวสารและเก็บเงินค่าข้าวสารจากกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 2 ค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 2 ชำระเงินค่าข้าวสารเป็นเช็คจำนวนเงิน 140,250 บาท จำเลยที่ 2 นำเช็คไปขึ้นเงินจากธนาคารแล้วถือเงินสดดังกล่าวกลับกรุงเทพมหานคร จากนั้นจำเลยนำเงินติดตัวออกจากบ้านพักโดยสารรถยนต์ประจำทางมายังที่ทำงาน ระหว่างทางเงินดังกล่าวสูญหายไปทั้งหมดเพราะถุงกระดาษบรรจุเงินดังกล่าวถูกคนร้ายกรีดถุงขณะโดยสารบนรถประจำทาง การกระทำของจำเลยทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับของโจทก์ที่ให้มีพนักงานคนอื่นและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมคณะไปในการรับเงินด้วยเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย

ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 140,250 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 8 ตุลาคม2527 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้ทำละเมิด ความเสียหายเกิดจากจำเลยที่ 2 โดยตรง จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายร่วมกับจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า มูลคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2527โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2529 พ้นกำหนดหนึ่งปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ 2 ได้มีคำสั่งด้วยวาจาให้จำเลยที่ 2 ไปส่งข้าวสารและเก็บเงินที่จังหวัดปราจีนบุรี แม้คำสั่งดังกล่าวมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้แต่ก็ถือปฏิบัติมาเป็นเวลาหลายปีแล้วโดยโจทก์มิได้ทักท้วงถือว่าโจทก์ยินยอมโดยปริยายให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งเช่นนั้นเมื่อเงินหายไปจำเลยที่ 2 ได้รีบแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบ และนำความไปแจ้งที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต

การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นการละเมิด ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 140,250 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "...ตามข้อบังคับองค์การคลังสินค้าว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงิน พ.ศ. 2518 ข้อ 5ระบุว่า "การไปรับเงินที่เบิกถอนจากธนาคารหรือจากสถานที่จ่ายเงินแห่งอื่นที่ไกลจากที่ประจำทำงานนั้น ให้ปฏิบัติตามข้อ 16-17 และ 18โดยอนุโลม" และตามข้อบังคับข้อ 16 ระบุว่า "การนำเงินไปฝากหรือส่งธนาคารหรือไปจ่าย ณ สถานที่แห่งอื่นซึ่งอยู่ไกลจากที่ประจำทำงานถ้าเงินที่นำไปคราวหนึ่งเป็นตัวเงินสดรวมกันเกิน 20,000 บาทให้มีกรรมการประกอบด้วยพนักงานการเงินกับพนักงานชั้นหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่าอีกไม่น้อยกว่า 2 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นายพร้อมกับอาวุธปืน

ควบคุมร่วมกันไปเป็นคณะ ถ้าตัวเงินหรือเช็คเงินสดที่นำไปรวมกันไม่เกิน 20,000 บาท ให้พนักงานการเงินกับพนักงานชั้นหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่าอีกหนึ่งนายเป็นกรรมการควบคุมร่วมกันไปห้ามนำเงินไปแต่ลำพังผู้เดียว" และความในข้อบังคับฯ ดังกล่าวข้อ 17 ระบุว่า "กรรมการแต่ละคนดังกล่าวในข้อ 16 มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในจำนวนเงินที่นำไปส่งหรือไปรับในขณะที่เงินอยู่ในความอารักขา ห้ามกรรมการแยกย้ายจากกันเป็นอันขาด" ข้อบังคับขององค์การโจทก์มีอยู่ดังกล่าว การที่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 โดยลำพังแต่ผู้เดียวเป็นผู้รับเงินค่าข้าวสารเป็นจำนวนสูงถึง 140,250บาท จึงเป้นการฝ่าฝืนต่อข้อบังคับฯ ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น และเป็นช่องทางให้เงินจำนวนดังกล่าวต้องเกิดการสูญหายขึ้นอันเป็นเหตุให้องค์การโจทก์ได้รับความเสียหาย

กรณีดังกล่าวถือได้ว่าเป็นผลโดยตรงจากการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า องค์การโจทก์ได้มีคำสั่งที่333/2527 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบในทางแพ่ง ตามคำสั่งดังกล่าวปรากฎว่าองค์การโจทก์ได้รู้ถึงการลเมิดและรู้ตัวผู้ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วตังแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2527

โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12กุมภาพันธ์ 2529 คดีของโจทก์จึงขาดอายุความนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่องค์การโจทก์มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาตัวผู้รับผิดชอบในทางแพ่งตามเอกสารหมาย จ.9 นั้น จะถือว่าองค์การโจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วหาได้ไม่ และในปัญหาดังกล่าวนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการสอบสวนได้เสนอผลการสอบสวนให้นายสวราช สัจจมาร์คผู้อำนวยการองค์การโจทก์ทราบว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชดใช้เงินที่สูญหายไปแก่โจทก์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2528 การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2529 ยังไม่เกิน 1 ปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้นเช่นกันศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์นั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993/2562

วันที่ 11 ธันวาคม 2556 เป็นวันที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอุทธรณ์ภาค 3 ส่งสำเนาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้โจทก์ขณะนั้นโจทก์ยังไม่ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลชานุมาน เขตเลือกตั้งที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2562

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9999/2558

คดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กับพวก ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์เข้าซ่อมแซมอาคารพิพาทครั้งแรกวันที่ 6 ธันวาคม 2549 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2550 ครั้งที่สองวันที่ 26 มีนาคม 2550 ถึงวันที่ 5 เมษายน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11437/2556

การที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 จะใช้อายุความเรื่องละเมิดหรือใช้อายุความทั่วไปนั้น ต้องพิจารณาจากการบรรยายในคำฟ้องข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้