Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7276/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีของโจทก์ขณะที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่295ลงวันที่28พฤศจิกายนพ.ศ.2515(ฉบับที่2)พ.ศ.2530มีผลใช้บังคับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาลฯยังไม่เสร็จสิ้นเพราะกรุงเทพมหานครจำเลยยังไม่ได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ผู้ถูกเวนคืนดังนั้นการดำเนินการต่อไปจึงต้องบังคับตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ทั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่295ลงวันที่28พฤศจิกายนพ.ศ.2515(ฉบับที่2)พ.ศ.2530มาตรา9วรรคสองและพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา36วรรคสองแม้ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ซึ่งขณะที่จำเลยกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์นั้นยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวิธีการคำนวณว่าอสังหาริมทรัพย์ใดมีราคาสูงขึ้นหรือลดลงออกใช้บังคับก็ตามแต่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา21วรรคสองบัญญัติว่าถ้าการงานหรือกิจการอย่างใดที่ทำไปในการเวนคืนได้กระทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่นั้นมีราคาสูงขึ้นให้เอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทนและวรรคสามบัญญัติว่าถ้าต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงส่วนหนึ่งและส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้เฉพาะสำหรับส่วนที่เหลืออันราคาลดลงนั้นด้วยมาตรา21วรรคสองและวรรคสามนี้เป็นบทบัญญัติที่เป็นหลักการในการสนับสนุนให้การเวนคืนเป็นไปตามด้วยความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมโดยสมบูรณ์เมื่อปรากฏว่าการเวนคืนทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่มีราคาสูงขึ้นแล้วหากไม่นำเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทนก็จะทำให้ผู้ถูกเวนคืนได้รับผลประโยชน์จากการเวนคืนแต่ฝ่ายเดียวในทางตรงกันข้ามหากอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงแล้วหากผู้ถูกเวนคืนไม่ได้รับเงินค่าทดแทนในส่วนนี้ก็ย่อมไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนซึ่งขัดต่อหลักการสำคัญของมาตรา21วรรคหนึ่งที่ให้กำหนดค่าทดแทนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมส่วนมาตรา21วรรคสี่นั้นเป็นเพียงวิธีการที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการสำคัญของมาตรา21วรรคหนึ่งเท่านั้นแม้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณออกใช้บังคับแล้วตามมาตรา21วรรคสี่ก็ไม่ใช่กรณีที่จะทำให้หลักการตามมาตรา21วรรคสองและวรรคสามใช้ไม่ได้หากปรากฏชัดว่าที่ดินในส่วนที่เหลือของโจทก์มีราคาสูงขึ้นเพราะการเวนคืนแล้วฝ่ายจำเลยและศาลย่อมนำเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับได้ การเวนคืนที่ดินรายพิพาทนี้เป็นกรณีที่มีการใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาลฯโดยมิได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาและพระราชบัญญัตินี้มิได้กำหนดเรื่องเงินค่าทดแทนไว้เป็นอย่างอื่นกรณีจึงต้องตามมาตรา23แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ซึ่งหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าทดแทนต้องอนุโลมตามมาตรา21เมื่อที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนบางส่วนทำให้มีถนนผ่ากลางที่ดินที่ดินส่วนที่เหลือทั้งสองข้างกลายเป็นที่ดินติดถนนใหญ่กว้าง40เมตรคล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่โดยสภาพดังกล่าวย่อมเห็นประจักษ์ว่าที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนของโจทก์จะต้องมีราคาสูงขึ้นอย่างแน่นอนและพอจะนำมาเทียบเคียงกับราคาที่ดินที่ติดกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ได้และจำเลยคำนวณราคาที่ดินที่สูงขึ้นเฉพาะส่วนที่ลึกจากริมถนนตัดใหม่ไม่เกิน20เมตรเท่านั้นเป็นเนื้อที่212ตารางวาเป็นประโยชน์แก่โจทก์มากกว่าในบัญชีกำหนดราคาที่ดินตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและนิติกรรมฯซึ่งกำหนดราคาในลักษณะนี้ไว้ไม่เกิน40เมตรอัตราส่วนของราคาประเมินที่ดินติดริมถนนเพชรบุรีกับราคาประเมินที่ดินติดถนนซอยสาธารณะลึกจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่เข้าไปไม่เกิน1กิโลเมตรตามบัญชีดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นมีอัตราส่วนไม่ต่ำกว่า4:1จำนวนเนื้อที่ดินที่เหลือจากการเวนคืนของโจทก์ที่มีราคาสูงขึ้นมีมากกว่าจำนวนที่ดินที่ถูกเวนคืนของโจทก์คือ212:166.5ทั้งที่ดินที่เหลือจากการเวนคืนมีราคาประเมินต่อตารางวาสูงขึ้นจากเดิมมากกว่า3เท่าตัวและอัตราส่วนของราคาที่ดินดังกล่าวที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของแต่ละช่วงเวลาที่นำมาเปรียบเทียบข้างต้นคงมีอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกันด้วยจึงเห็นได้ว่าการกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนของโจทก์โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา21แล้วแม้วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการกำหนดเงินค่าทดแทนจะเปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็นวันใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาลฯคือวันที่1มกราคม2522หรือวันหนึ่งวันใดหลังจากนั้นจนถึงวันฟ้องคือวันที่22กันยายน2535ก็ตามผลก็จะปรากฏเหมือนกันว่าที่ดินที่เหลือจากการถูกเวนคืนของโจทก์มีราคาสูงขึ้นจากเดิมอันเนื่องจากการเวนคืนตัดถนนเกินกว่าจำนวนเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินที่ถูกเวนคืนของโจทก์เสมอโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินส่วนที่ถูกเวนคืน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515 ( ฉบับที่ 2) พ.ศ.2530 มาตรา 9 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 23 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 36 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่511 เลขที่ 73 หน้าสำรวจ 150 ตำบลวังทองหลาง(ลาดพร้าวฝั่งเหนือ) อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่1 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา จำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นนิติบุคคลโดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 4 เป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามลำดับ และจำเลยที่ 1 และที่ 2อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เมื่อวันที่29 ธันวาคม 2521 ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาล ในท้องที่แขวงห้วยขวาง แขวงบางกะปิเขตห้วยขวาง และแขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครพ.ศ. 2521 ประกาศเวนคืนที่ดินในท้องที่แขวงห้วยขวาง แขวงบางกะปิเขตห้วยขวาง และแขวงหัวหมาก

เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 3 เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาลโดยกำหนดให้จำเลยที่ 2 และที่ 4 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ และเป็นผู้รักษาการ ตามลำดับ ปรากฏว่าที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเป็นเนื้อที่ 166.5 ตารางวา คณะกรรมการกำหนดราคาและจำนวนเงินค่าทดแทนให้โจทก์ในราคาตารางวาละ 7,000 บาทเป็นเงิน 1,165,500 บาท แต่อ้างว่าที่ดินของโจทก์ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนมีราคาสูงขึ้น อันเป็นผลจากการตัดถนนเมื่อคิดคำนวณและหักกลบกันแล้วเกลื่อนกลืนกัน จึงไม่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินที่ถูกเวนคืนให้โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 4 แต่จำเลยที่ 4 ก็มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายโดยโจทก์ได้ซื้อที่ดินพิพาทมาเพื่อก่อสร้างอาคารเป็นสำนักงานและที่อยู่อาศัยจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไป และโจทก์ไม่ทราบมาก่อนว่าที่ดินดังกล่าวได้ถูกเวนคืนที่ดินของโจทก์สามารถออกสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่และถนนพระราม 9 ได้โดยสะดวก ซึ่งเป็นทำเลที่มีความเจริญทางด้านธุรกิจอย่างมาก

การเวนคืนดังกล่าวทำให้ที่ดินของโจทก์ส่วนที่เหลือไม่อาจดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และโจทก์ไม่อาจใช้ที่ดินได้เต็มเนื้อที่ทั้งที่ดินของโจทก์ที่เหลือไม่มีราคาสูงขึ้นโดยในขณะเวนคืนที่ดินของโจทก์มีราคาซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 60,000 บาท การที่คณะกรรมการของจำเลยทั้งสี่กำหนดเงินค่าทดแทนให้โจทก์ตารางวาละ 7,000 บาท จึงเป็นราคาที่ต่ำมาก โดยไม่ได้คำนึงถึงสภาพที่ดิน วัตถุประสงค์ของผู้เป็นเจ้าของที่ดินและราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด จึงไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ ทั้งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 ได้กำหนดให้การคำนวณว่าอสังหาริมทรัพย์ใดมีราคาสูงขึ้นหรือลดลงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ได้กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวปัจจุบันยังมิได้มีการประกาศใช้

จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีการเองว่าอสังหาริมทรัพย์ใดมีราคาสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการงานหรือกิจการอย่างใดที่ทำไปในการเวนคืน ดังนี้ จำเลยทั้งสี่จึงไม่อาจอ้างเหตุความเจริญเพราะที่ดินมีราคาสูงขึ้นมาหักกับเงินค่าทดแทนที่จำเลยทั้งสี่มีหน้าที่ต้องจ่ายให้แก่โจทก์ได้ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเป็นเนื้อที่ 166.5 ตารางวา มีการซื้อขายตารางวาละ 60,000 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ชำระเงิน 9,990,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2534เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ใช่เจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย และจำเลยที่ 2เป็นผู้กระทำการแทนกรุงเทพมหานครจึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 4 ได้ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 43/2531 แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาลในท้องที่แขวงห้วยขวาง

แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวางและแขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2521การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์นั้น คณะกรรมการดังกล่าวได้ปฏิบัติไปตามระเบียบและแบบแผนของทางราชการ โดยอาศัยหลักเกณฑ์และวิธีการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ที่ดินของโจทก์มีเนื้อที่ 647 ตารางวาตั้งอยู่ในโซน 15 บล็อกเอ็น ถูกเวนคืนบางส่วนประมาณ 166.5 ตารางวาตามบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม พ.ศ. 2531 ถึง 2534 กำหนดราคาตารางวาละ7,000 บาท เป็นเงิน 1,165,500 บาท แต่เมื่อคณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าที่ดินของโจทก์มีเนื้อที่เหลือจากการเวนคืนเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกมีเนื้อที่ 268.5 ตารางวา

ไม่ได้รับประโยชน์จากการเวนคืนที่ดินโดยสภาพ ส่วนที่สองซึ่งอยู่ติดขอบถนนลึกเข้าไปข้างละ 20 เมตร มีเนื้อที่ 212 ตารางวาได้รับประโยชน์จากการเวนคืนที่ดินโดยสภาพ ทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น โดยเปรียบเทียบกับที่ดินที่ตั้งอยู่ติดถนนเพชรบุรีตัดใหม่โซน 16 บล็อกเอ็กซ์ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการคล้ายคลึงกันหรือใกล้เคียงกันซึ่งสำเร็จแล้ว มีราคาตารางวาละ 50,000 บาท ปรากฏว่าราคาค่าที่ดินที่สูงขึ้นคำนวณได้เป็นเงิน 9,116,000 บาท เมื่อนำค่าที่ดินที่สูงขึ้นหักออกจากเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนแล้วเป็นเหตุให้เกลื่อนกลืนกัน โจทก์จึงไม่ได้รับเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินที่ถูกเวนคืน ทั้งโจทก์ได้ซื้อที่ดินพิพาทโดยทราบว่าที่ดินดังกล่าวได้ถูกเวนคืน และที่ดินพิพาทที่โจทก์อ้างว่าซื้อรวมกับที่ดินแปลงอื่นอีก 4 แปลง

สามารถเข้าออกสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่และถนนพระราม 9 ได้โดยสะดวกนั้น ความจริงเป็นที่ดินตาบอดไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ ต้องอาศัยผ่านที่ดินของบุคคลอื่นซึ่งอยู่ติดซอยแยกจากซอยศูนย์วิจัย 14 เป็นระยะทาง20 เมตร รวมระยะทางประมาณ 800 เมตร จึงจะออกสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ได้แต่ไม่สามารถออกสู่ถนนพระราม 9 ได้เพราะมีคลองแสนแสบกั้นขวางคณะกรรมการฯ กำหนดเงินค่าทดแทนให้โจทก์ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมแล้วขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์นำเอาพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้วมาใช้บังคับนั้นไม่ถูกต้อง

ศาลต้องนำพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530มาใช้บังคับ ซึ่งตามมาตรา 21 วรรคสี่ บัญญัติว่า "การคำนวณว่าอสังหาริมทรัพย์ใดมีราคาสูงขึ้นตามวรรคสองหรือราคาลดลงตามวรรคสามให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา" ขณะที่จำเลยกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์นั้นยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวิธีการคำนวณว่าอสังหาริมทรัพย์ใดมีราคาสูงขึ้นออกใช้บังคับ จำเลยและศาลย่อมไม่มีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ได้ ดังนั้นแม้ที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนของโจทก์จะมีราคาสูงขึ้นหรือไม่ก็ตาม จำเลยก็ย่อมไม่มีสิทธิที่จะกำหนดวิธีการคำนวณว่าที่ดินของโจทก์ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนมีราคาสูงขึ้นและนำมาหักกับเงินค่าทดแทนที่จะต้องจ่ายให้แก่โจทก์เห็นว่า

กรณีของโจทก์ขณะที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530 มีผลใช้บังคับ การดำเนินการตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาลฯยังไม่เสร็จสิ้นเพราะจำเลยยังไม่ได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ ดังนั้นการดำเนินการต่อไปจึงต้องบังคับตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ทั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530มาตรา 9 วรรคสอง และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 มาตรา 36 วรรคสอง

แม้ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ซึ่งขณะที่จำเลยกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์นั้นยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวิธีการคำนวณว่าอสังหาริมทรัพย์ใดมีราคาสูงขั้นหรือลดลงออกใช้บังคับก็ตามแต่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้าการงานหรือกิจการอย่างใดที่ทำไปในการเวนคืนได้กระทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่นั้นมีราคาสูงขึ้นให้เอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทน และวรรคสามบัญญัติว่า ถ้าต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้เฉพาะสำหรับส่วนที่เหลืออันราคาลดลงนั้นด้วยมาตรา 21 วรรคสองและวรรคสามนี้เป็นบทบัญญัติที่เป็นหลักการในการสนับสนุนให้การเวนคืนเป็นไปตามด้วยความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมโดยสมบูรณ์

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการเวนคืนทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่มีราคาสูงขึ้นแล้วหากไม่นำเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทน ก็จะทำให้ผู้ถูกเวนคืนได้รับผลประโยชน์จากการเวนคืนแต่ฝ่ายเดียวในทางตรงกันข้าม หากอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงแล้วหากผู้ถูกเวนคืนไม่ได้รับเงินค่าทดแทนในส่วนนี้ก็ย่อมไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืน ซึ่งขัดต่อหลักการสำคัญของมาตรา 21 วรรคหนึ่งที่ให้กำหนดค่าทดแทนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคม ส่วนมาตรา 21 วรรคสี่ นั้นเป็นเพียงวิธีการที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการสำคัญของมาตรา 21 วรรคหนึ่งเท่านั้น แม้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณออกใช้บังคับแล้วตามมาตรา 21 วรรคสี่

ก็ไม่ใช่กรณีที่จะทำให้หลักการตามมาตรา 21 วรรคสอง และวรรคสามใช้ไม่ได้ หากปรากฏชัดว่าที่ดินในส่วนที่เหลือของโจทก์มีราคาสูงขึ้นเพราะการเวนคืนแล้ว ฝ่ายจำเลยและศาลย่อมนำเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับได้มีปัญหาตามฎีกาโจทก์อีกว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนหรือไม่เพียงใด โจทก์ฎีกาว่า ที่ดินของโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนมิได้มีราคาสูงขึ้นและที่ดินของโจทก์มิใช่มีราคาตารางวาละเพียง 7,000 บาท การที่จำเลยและศาลกำหนดราคาที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนของโจทก์เนื้อที่ 212 ตารางวามีราคาสูงขึ้นเป็นตารางวาละ 50,000 บาท นั้นไม่ชอบด้วยเหตุผลจำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์เป็นเงิน3,330,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ย เห็นว่า การเวนคืนที่ดินรายพิพาทนี้เป็นกรณีที่มีการใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาลฯ โดยมิได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาและพระราชบัญญัตินี้มิได้กำหนดเรื่องเงินค่าทดแทนไว้เป็นอย่างอื่น กรณีจึงต้องตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ซึ่งหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าทดแทนต้องอนุโลมตามมาตรา 21 ปรากฏตามสำเนาบัญชีกำหนดราคาที่ดินตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเก็บค่าธรรมเนียมและนิติกรรมฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 ถึง 2534ซึ่งโจทก์ขอให้ศาลออกหมายเรียกมาว่าอัตราส่วนของราคาที่ดินติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ลึกจากริมถนนเข้าไปไม่เกิน 40 เมตรกับที่ดินติดถนนซอยสาธารณะหรือซอยเอกชนที่รถยนต์เข้าถึงลึกจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่เข้าไปไม่เกิน 1 กิโลเมตร

พ.ศ. 2519ถึง 2521 ตารางวาละ 10,000 บาท : 2,000 บาท อัตราส่วนเท่ากับ 5 : 1 พ.ศ. 2522 ถึง 2524 ตารางวาละ12,000 บาท : 2,500 บาท เท่ากับ 24 : 5 พ.ศ. 2525ถึง 2527 ตารางวาละ 20,000 บาท : 5,000 บาท เท่ากับ4 : 1 พ.ศ. 2528 ถึง 2530 ตารางวาละ 30,000 บาท : 7,000 บาทเท่ากับ 30 : 7 พ.ศ. 2531 ถึง 2534 ตารางวาละ50,000 บาท : 7,000 บาท เท่ากับ 50 : 7 ที่ดินของโจทก์ติดถนนซอยสาธารณะและซอยเอกชนที่รถยนต์เข้าถึงลึกจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ 800 เมตร จึงเข้ากรณีอยู่ในหน่วยหลังเมื่อที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนบางส่วนทำให้มีถนนผ่ากลางที่ดินที่ดินส่วนที่เหลือทั้งสองข้างกลายเป็นที่ดินติดถนนใหญ่กว้าง 40เมตร คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่โดยสภาพดังกล่าวย่อมเห็นประจักษ์ว่าที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนของโจทก์จะต้องมีราคาสูงขึ้นอย่างแน่นอน และพอจะนำมาเทียบเคียงกับราคาที่ดินที่ติดกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ได้ และจำเลยคำนวณราคาที่ดินที่สูงขึ้นเฉพาะส่วนที่ลึกจากริมถนนตัดใหม่ไม่เกิน20 เมตร

เท่านั้นเป็นเนื้อที่ 212 ตารางวา เป็นประโยชน์แก่โจทก์มากกว่าในบัญชีกำหนดราคาที่ดินตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและนิติกรรมฯ ซึ่งกำหนดราคาในลักษณะนี้ไว้ไม่เกิน 40 เมตร อัตราส่วนของราคาประเมินที่ดินติดริมถนนเพชรบุรีกับราคาประเมินที่ดินติดถนนซอยสาธารณะลึกจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่เข้าไปไม่เกิน 1 กิโลเมตร ตามบัญชีดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นมีอัตราส่วนไม่ต่ำกว่า 4 : 1 จำนวนเนื้อที่ดินที่เหลือจากการเวนคืนของโจทก์ที่มีราคาสูงขึ้นมีมากกว่าจำนวนที่ดินที่ถูกเวนคืนของโจทก์คือ 212 : 166.5 ทั้งที่ดินที่เหลือจากการเวนคืนมีราคาประเมินต่อตารางวาสูงขึ้นจากเดิมมากกว่า 3 เท่าตัว และอัตราส่วนของราคาที่ดินดังกล่าวที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของแต่ละช่วงเวลาที่นำมาเปรียบเทียบข้างต้น

คงมีอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกันด้วย จึงเห็นได้ว่าการกำหนดค่าทดแทนที่ถูกเวนคืนของโจทก์โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา 21 แล้ว แม้วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการกำหนดเงินค่าทดแทนจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นวันใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาลฯ คือวันที่ 1 มกราคม 2522 หรือวันหนึ่งวันใดหลังจากนั้น จนถึงวันฟ้องคือวันที่ 22 กันยายน 2535 ก็ตาม ผลก็จะปรากฏเหมือนกันว่าที่ดินที่เหลือจากการถูกเวนคืนของโจทก์มีราคาสูงขึ้นจากเดิมอันเนื่องจากการเวนคืนตัดถนนเกินกว่าจำนวนเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินที่ถูกเวนคืนของโจทก์เสมอ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินส่วนที่ถูกเวนคืนพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · สุทธิ นิชโรจน์ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2540

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์...พ.ศ.2516 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6498/2540

ที่ดินของโจทก์อยู่ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตาม พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอปากเกร็ด? พ.ศ. 2530 ซึ่งหลังจากที่ พ.ร.ฎ. ฉบับดังกล่าวพ้นกำหนดอายุใช้บังคับแล้วได้มีการออก พ.ร.บ.เว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2540 (เลขอ้างอิง 5031)

พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมพรัพย์ในท้องที่แขวงหัวหมากเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข343 สายคลองตัน-ลาดกระบังพ.ศ.2532กำหนดให้อธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4114/2539

แม้การเวนคืนที่ดินของโจทก์เป็นไปตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน สายแยกถนนจรัญสนิทวงศ์... พ.ศ. 2524 ซึ่งกฎหมายแม่บทว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างหรือขยายทางหลวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9777/2539

การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ในคดีนี้เป็นการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลสุรวงศ์ตำบลสีลมอำเภอบางรักและตำบลยานนาวาตำบลทุ่งมหาเมฆตำบลทุ่งวัดดอนตำบลช่องนนทรีอำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้