Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9777/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ในคดีนี้เป็นการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลสุรวงศ์ตำบลสีลมอำเภอบางรักและตำบลยานนาวาตำบลทุ่งมหาเมฆตำบลทุ่งวัดดอนตำบลช่องนนทรีอำเภอยานนาวา จังหวัดพระนครพ.ศ.2511และพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์และแขวงสีลมเขตบางรักและแขวงยานนาวาแขวงทุ่งมหาเมฆแขวงทุ่งวัดดอนและแขวงช่องนนทรีเขตยานนาวา กรุงเทพมหานครพ.ศ.2516แต่ภายหลังจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530และประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่44เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้วการดำเนินการในเรื่องค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ที่ถูกเวนคืนก็ยังไม่เสร็จสิ้นดังนั้นการดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้จึงต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ที่แก้ไขแล้วทั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา36วรรคสองและประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่44ข้อ4วรรคหนึ่งและเนื่องจากพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์พ.ศ.2516มิได้กำหนดเรื่องเงินค่าทดแทนไว้เป็นการเฉพาะการกำหนดเงินค่าทดแทนจึงต้องบังคับตามบทบัญญัติมาตรา21แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ซึ่งบัญญัติหลักการสำคัญไว้ในวรรคแรกว่าการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้ถูกเวนคืนต้องให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมส่วนที่มาตรา21วรรคสองบัญญัติว่าถ้าการงานหรือกิจการอย่างใดที่ทำไปในการเวนคืนได้กระทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่นั้นมีราคาสูงขึ้นให้เอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทนและวรรคสามบัญญัติว่าถ้าต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงส่วนหนึ่งและส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้เฉพาะสำหรับส่วนที่เหลืออันราคาลดลงนั้นด้วยมาตรา21วรรคสองและวรรคสามนี้เป็นบทบัญญัติที่เป็นหลักการในการสนับสนุนให้การเวนคืนเป็นไปด้วยความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมโดยสมบูรณ์เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการเวนคืนทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่มีราคาสูงขึ้นแล้วหากไม่นำเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทนก็จะทำให้ผู้ถูกเวนคืนได้รับผลประโยชน์จากการเวนคืนแต่ฝ่ายเดียวในทางตรงกันข้ามหากอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงแล้วหากผู้ถูกเวนคืนไม่ได้รับเงินค่าทดแทนในส่วนนี้ก็ย่อมไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนซึ่งขัดต่อหลักการสำคัญของมาตรา21ที่ให้กำหนดค่าทดแทนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมส่วนมาตรา21วรรคสี่นั้นเป็นเพียงวิธีการที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการสำคัญของมาตรา21เท่านั้นแม้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณออกใช้บังคับแล้วตามมาตรา21วรรคสี่ก็ไม่ใช่กรณีที่จะทำให้หลักการตามมาตรา21วรรคสองและวรรคสามใช้ไม่ได้หากปรากฏชัดว่าที่ดินในส่วนที่เหลือของโจทก์มีราคาสูงขึ้นเพราะการเวนคืนแล้วก็ชอบที่จะนำเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 36 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพ มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่503 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 5 ไร่ 1 งาน46 ตารางวา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2516 ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ และแขวงสีลม เขตบางรักและแขวงยานนาวา แขวงทุ่งมหาเมฆ แขวงทุ่งวัดดอน และแขวงช่องนนทรีเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2516 เพื่อสร้างทางและปรับปรุงระบบระบายน้ำสำหรับกรุงเทพมหานคร และจำเลยที่ 4เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ดินโจทก์อยู่ในบริเวณที่จะถูกเวนคืนบางส่วน เนื้อที่ 3 งาน 27 ตารางวา จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 3 มิถุนายน 2534 แจ้งให้โจทก์ทราบว่า ราคาค่าทดแทนที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนตารางวาละ 30,000 บาทคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 9,810,000 บาท และได้นำราคาที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนซึ่งมีราคาสูงขึ้นไปหักกลบลบกับค่าทดแทนตามจำนวนดังกล่าวแล้วเกลื่อนกลืนกัน จึงไม่ต้องชำระเงินแก่โจทก์อีกซึ่งโจทก์เห็นว่าการกำหนดราคาค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต่ำไปจึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 4 ที่ดินโจทก์ที่กล่าวถึงข้างต้นอยู่ถนนสีลมซึ่งเป็นถนนสายสำคัญของย่านธุรกิจที่มีความเจริญมีราคาซื้อขายกันตามปกติตารางวาละ 500,000 บาท

โจทก์ขอคิดค่าทดแทนในอัตราดังกล่าวคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 163,500,000 บาท ในการเวนคืนนี้เมื่อตัดถนนแล้วที่ดินโจทก์ส่วนที่เหลือในระยะ 15 เมตร จากเขตถนนได้มีข้อบัญญัติของจำเลยที่ 1 ห้ามก่อสร้างอาคาร ทำให้ที่ดินโจทก์ส่วนนี้เสียไป 75 ตารางวา และโจทก์ไม่อาจใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวได้ จึงขอคิดค่าเสียหายส่วนนี้ในราคาตารางวาละ 500,000 บาทเป็นเงิน 35,000,000 บาท ที่จำเลยทั้งสี่อ้างว่าที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนมีราคาสูงขึ้นก็เป็นเพียงการคาดคะเนไม่แน่นอนคณะกรรมการของจำเลยทั้งสี่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกำหนดหลักเกณฑ์และคิดคำนวณแล้วนำไปหักจากค่าทดแทนได้ การที่จำเลยทั้งสี่กำหนดค่าทดแทนเกี่ยวกับหลุมศพ ค่ารื้อถอน

ค่าขนย้ายค่าก่อสร้างขึ้นใหม่ ค่าหมอดู และค่าพิธีกรรมทางศาสนาให้เพียง1,814,320 บาท นั้นก็ต่ำไป โจทก์ขอคิดจากจำเลยทั้งสี่เป็นเงิน 18,147,200 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน216,647,200 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า ที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนมิได้ตั้งอยู่บนถนนสีลา และที่ดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจในทางพาณิชย์ได้ จึงไม่มีค่าในเชิงธุรกิจ ราคาที่โจทก์อ้างตามเอกสารท้ายฟ้องนั้น มิใช่ราคาซื้อขายตามปกติในท้องตลาดราคาค่าทดแทนที่คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ และแขวงสีลา

เขตบางรักและแขวงยานนาวา แขวงทุ่งมหาเมฆ แขวงทุ่งวัดดอน และแขวงช่องนนทรีเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2516 กำหนดและแจ้งให้โจทก์ทราบเป็นราคาเหมาะสมและชอบด้วยกฎหมาย เพราะที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนอยู่ในโซน 05 บล็อกเอฟ. หน่วยที่ 4 ราคาตารางวาละ30,000 บาท ราคาดังกล่าวเป็นราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของกรมที่ดินที่ใช้บังคับในปี 2531 ที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนจำนวน 327 ตารางวาคิดเป็นเงินค่าทดแทนทั้งสิ้น 9,810,000 บาท ที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนจำนวน 1,819 ตารางวา คิดเป็นเงิน 54,570,000 บาทที่ดินส่วนนี้ติดถนนที่สร้างใหม่โจทก์จึงได้รับประโยชน์ในทางพาณิชย์อย่างมาก

เมื่อนำราคาประเมินปัจจุบันของถนนสาธรซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงมาเปรียบเทียบจะมีราคาตารางวาละ 80,000 บาทเมื่อคิดคำนวณแล้วที่ดินส่วนที่เหลือจะมีราคาทั้งสิ้น 145,520,000บาทและเมื่อนำไปหักด้วยราคา 54,570,000 บาท แล้วราคาที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนจะสูงขึ้น 90,950,000 บาท เมื่อนำราคาดังกล่าวนี้ไปหักกลบลบกับเงินค่าทดแทนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 21แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530ปรากฏว่าเกลื่อนกลืนกัน ส่วนข้อที่โจทก์อ้างว่ามีการห้ามมิให้ก่อสร้างอาคารภายในระยะ 15 เมตร จากเขตถนนนั้นก็ไม่มีประกาศห้ามและตามข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครนั้น อาคารที่จะก่อสร้างริมถนนสาธารณะที่มีความกว้าง 20 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากถนน 2 เมตร

สำหรับถนนที่ตัดใหม่และที่ดินโจทก์ส่วนนี้เหลือติดกับถนนดังกล่าวนี้เป็นถนนกว้าง 60 เมตร ก็ให้เว้นแนวอาคารที่จะปลูกสร้างเพียง 2 เมตร เท่านั้น ค่าทดแทนที่โจทก์เรียกร้องในส่วนนี้เป็นการกำหนดล่วงหน้าและเป็นเรื่องในอนาคตจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยทั้งสี่ ค่าทดแทนหลุมศพ ค่ารื้อถอนและฝังศพใหม่ค่าพิธีกรรมในทางศาสนาคณะกรรมการฯ กำหนดให้เหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว โจทก์ไม่ใช่เจ้าของศพทั้งมิได้รับมอบหมายจากทายาทหรือเจ้าของที่ฝังศพ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 503แขวงสีลม

เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 5 ไร่ 1 งาน46 ตารางวา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2516 ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ และแขวงสีลม เขตบางรักและแขวงยานนาวา แขวงทุ่งมหาเมฆ แขวงทุ่งวัดดอน และแขวงช่องนนทรีเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2516 เพื่อประโยชน์ของรัฐในการสร้างทางและปรับปรุงระบบระบายน้ำสำหรับกรุงเทพมหานครตามเอกสารหมาย ล.5 กำหนดให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ และจำเลยที่ 4 เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ดินโจทก์ที่กล่าวถึงข้างต้นถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติดังกล่าวบางส่วน คิดเป็นเนื้อที่ 327 ตารางวา และมีส่วนเหลือจากการเวนคืนคิดเป็นเนื้อที่ 1,819 ตารางวา

คณะกรรมการฯ ที่จำเลยที่ 4 มีคำสั่งแต่งตั้งตามเอกสารหมาย ล.14 เพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนตามเอกสารหมาย ล.5 ได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินโจทก์ส่วนที่ถูกเวนคืนในราคาตารางวาละ 30,000 บาท เป็นเงิน 9,810,000 บาทสำหรับที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตารางวาละ 80,000 บาทเป็นเงินทั้งสิ้น 145,520,000 บาท เมื่อคำนวณแล้วที่ดินส่วนที่เหลือนี้มีราคาสูงขึ้นคิดเป็นเงิน 90,650,000 บาท (145,520,000 บาท -54,570,000 บาท) คณะกรรมการฯ ได้นำราคาที่ดินที่สูงขึ้นนี้ไปหักจากค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืน ปรากฏว่าเกลื่อนกลืนกันฝ่ายจำเลยทั้งสี่จึงไม่จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์ตามเอกสารหมาย

จ.6 นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ยังได้กำหนดค่าทดแทนเกี่ยวกับหลุมฝังศพจำนวน 67 หลุม ทางเดินคอนกรีตเสริมเหล็ก ต้นไม้ รั้ว ซึ่งอยู่ในที่ดินที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์เป็นเงิน 1,814,720 บาท ตามเอกสารหมาย จ.14 โจทก์เห็นว่าค่าทดแทนดังกล่าวข้างต้นต่ำไป จึงได้อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 4 ว่าที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนราคาไม่ได้สูงขึ้น จึงไม่อาจนำมาหักกลบลบเกลื่อนกลืนกันกับที่ดินที่ถูกเวนคืน และขอให้กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตารางวาละ 80,000 บาท เนื้อที่ 327 ตารางวารวมเป็นเงิน 26,160,000 บาท และเงินค่าทดแทน ค่ารื้อถอนขนย้ายและสร้างหลุมฝังศพใหม่จำนวน 18,147,200 บาท ตามเอกสารหมาย จ.7 และ จ.9โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

พ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคสี่ บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า"การคำนวณว่าอสังหาริมทรัพย์ใดมีราคาสูงขึ้นตามวรรคสองหรือราคาลดลงตามวรรคสามให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา" ซึ่งปัจจุบันพระราชกฤษฎีกาตามความในมาตรา 21วรรคสี่ ยังไม่ได้ประกาศใช้บังคับ คณะกรรมการฯ จึงไม่มีอำนาจที่จะกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการโดยพลการแล้วคิดคำนวณหักเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนของโจทก์ตามมาตรา 21 วรรคสอง นั้นเห็นว่า การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ในคดีนี้เป็นการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลสุรวงศ์ ตำบลสีลม อำเภอบางรัก และตำบลยานนาวาตำบลทุ่งมหาเมฆ ตำบลทุ่งวัดดอน ตำบลช่องนนทรี

อำเภอยานนาวาจังหวัดพระนคร พ.ศ. 2511 และพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ และแขวงสีลา เขตบางรัก และแขวงยานนาวาแขวงทุ่งมหาเมฆ แขวงทุ่งวัดดิน และแขวงช่องนนทรี เขตยานนาวากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2516 แต่ภายหลังจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้วการดำเนินการในเรื่องค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ที่ถูกเวนคืนก็ยังไม่เสร็จสิ้น ดังนั้นการดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้จึงต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

พ.ศ. 2530 ที่แก้ไขแล้ว ทั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530มาตรา 36 วรรคสอง และประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่ 44 ข้อ 4 วรรคหนึ่ง และเนื่องจากพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ พ.ศ. 2516 มิได้กำหนดเรื่องเงินค่าทดแทนไว้เป็นการเฉพาะ การกำหนดเงินค่าทดแทนจึงต้องบังคับตามบทบัญญัติมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ซึ่งบัญญัติหลักการสำคัญไว้ในวรรคแรกว่าการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้ถูกเวนคืนต้องให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคม ส่วนที่มาตรา 21 วรรคสอง บัญญัติว่าถ้าการงานหรือกิจการอย่างใดที่ทำไปในการเวนคืน

ได้กระทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่นั้นมีราคาสูงขึ้น ให้เอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทน และวรรคสามบัญญัติว่า ถ้าต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้เฉพาะสำหรับส่วนที่เหลืออันราคาลดลงนั้นด้วยมาตรา 21 วรรคสองและวรรคสามนี้เป็นบทบัญญัติที่เป็นหลักในการสนับสนุนให้การเวนคืนเป็นไปด้วยความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมโดยสมบูรณ์ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการเวนคืนทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่มีราคาสูงขึ้นแล้วหากไม่นำเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทน ก็จะทำให้ผู้ถูกเวนคืนได้รับผลประโยชน์จากการเวนคืนแต่ฝ่ายเดียว ในทางตรงกันข้ามหากอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงแล้ว

หากผู้ถูกเวนคืนไม่ได้รับเงินค่าทดแทนในส่วนนี้ ก็ย่อมไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนซึ่งขัดต่อหลักการสำคัญของมาตรา 21 ที่ให้กำหนดค่าทดแทนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคม ส่วนมาตรา 21 วรรคสี่นั้น เป็นเพียงวิธีการที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการสำคัญของมาตรา 21 เท่านั้น แม้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณออกใช้บังคับแล้วตามมาตรา 21 วรรคสี่ ก็ไม่ใช่กรณีที่จะทำให้หลักการตามมาตรา 21 วรรคสองและวรรคสาม ใช้ไม่ได้หากปรากฏชัดว่าที่ดินในส่วนนี้เหลือของโจทก์มีราคาสูงขึ้นเพราะการเวนคืนแล้ว ก็ชอบที่จะนำเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปมีว่า

การเวนคืนที่ดินตามฟ้องทำให้ราคาที่ดินโจทก์ส่วนที่เหลืออยู่มีราคาสูงขึ้นหรือไม่เพียงไร และเมื่อนำมาหักกลบกับค่าทดแทนที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนแล้วโจทก์ยังมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนหรือไม่ ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนตั้งอยู่หน่วยที่ 4 ของบัญชีราคาประเมินที่ดินปี 2531 ถึง 2534 ซึ่งเป็นแผ่นที่ 2 ของเอกสารหมายล.7 มีราคาตารางวาละ 30,000 บาท ที่โจทก์อ้างว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 503 ของโจทก์มีราคาประเมินตารางวาละ 250,000 บาทตามหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.12 นั้น ปรากฏว่าเป็นการรับรองราคาประเมินซึ่งใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2535ทั้งโจทก์ไม่ได้นำเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งออกหนังสือรับรองราคาประเมินดังกล่าวอธิบายว่าเป็นราคาประเมินของที่ดินโจทก์ในส่วนที่ถูกเวนคืนด้วยหรือไม่

เหตุใดในระยะเพียงห่างกันเพียง 4 ปี ราคาประเมินจึงเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 8 เท่าของราคาประเมินตามสำเนาแผนที่บัญชีราคาประเมินที่ดินปี 2531 ถึง 2534 เขตบางรักกรุงเทพมหานคร ของกรมที่ดินเอกสารหมาย ล.7 ราคาประเมินที่เพิ่มขึ้นมากมายดังกล่าวน่าจะเป็นราคาประเมินของที่ดินในส่วนที่เหลือจากการเวนคืนเพราะเหตุสภาพที่ดินและทำเลที่ตั้งจะเปลี่ยนไปติดกับถนนขนาดใหญ่อันเนื่องจากการเวนคืนตัดถนนนั่นเอง ฟังไม่ได้ว่าที่ดินโจทก์ในส่วนที่ถูกเวนคืนมีราคาประเมินตารางวาละ 250,000 บาท ส่วนที่ดินโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนติดกับถนนที่ก่อสร้างใหม่อันเนื่องจากการเวนคืนซึ่งเป็นถนนขนาดใหญ่กว้าง 60 เมตร มีสภาพเหมือนกับถนนสาธรแต่อยู่ใกล้กับถนนสีลมซึ่งมีราคาประเมินสูงกว่าถนนสาธรสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินโจทก์ที่เหลือนี้น่าจะดีกว่าหรืออย่างน้อยเท่ากับที่ดินที่ติดถนนสาธรจึงนำเอาราคาที่ดินที่ติดกับถนนสาธรในระยะเวลาเดียวกันมาเทียบเคียงเพื่อใช้เป็นราคาของที่ดินโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนได้ ซึ่งตามราคาประเมินที่ดินตามสำเนาแผนที่บัญชีราคาประเมินที่ดินปี 2531 ถึง 2534เขตยานนาวา

กรุงเทพมหานคร ของกรมที่ดินเอกสารหมาย ล.8ที่ดินติดถนนสาธรระยะ 40 เมตร ราคาตารางวาละ 80,000 บาทเมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนของราคาต่อตารางวาแล้ว ราคาประเมินที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนต่อราคาประเมินที่ดินของโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนจะเป็น 3 ต่อ 8 และเชื่อว่าราคาต่อตารางวาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนคงมีราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนในอัตราส่วนที่ไม่น้อยกว่าอัตราส่วนของราคาประเมินและที่ดินโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนซึ่งมีราคาสูงขึ้นมีเนื้อที่กว่า5 เท่าของที่ดินที่ถูกเวนคืนและแต่ละช่วงเวลาอัตราส่วนของราคาต่อตารางวาของที่ดินดังกล่าวทั้งสองส่วนคงเปลี่ยนแปลงไม่มากแม้หากที่ดินของโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนมีอัตราส่วนของราคาต่อตารางวาสูงขึ้นเพียง 1 ใน 5 ของราคาที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนที่ดินโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนซึ่งมีราคาสูงขึ้นก็จะมีราคาสูงขึ้นมากกว่าจำนวนเงินค่าทดแทนที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนแล้ว จึงเห็นได้ชัดแจ้งว่า

ไม่ว่าเวลาที่เป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืน กับราคาที่ดินโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนซึ่งต้องสัมพันธ์กันโดยคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้ว เป็นวันใดก็ตามที่ดินโจทก์ที่เหลือจากการเวนคืนซึ่งมีราคาสูงขึ้นย่อมเป็นจำนวนเงินเกินกว่าเงินค่าทดแทนที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนเสมอ ฝ่ายจำเลยทั้งสี่จึงไม่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ไม่มีบทบัญญัติของมาตราใดให้สิทธิโจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนที่ดินส่วนที่ติดถนนในระยะ 15 เมตร เนื้อที่75 ตารางวา

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ในประเด็นข้อนี้

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ชอบตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่งไม่วินิจฉัยให้ ดังนี้การที่โจทก์ยังคงฎีกาโดยใช้ข้อความเดียวกับที่ได้อุทธรณ์มา ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นไม่ได้โต้แย้งคัดค้านว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด ในข้อไหน จึงเป็นฎีกาที่ไม่ได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงขึ้นกล่าวให้ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย และเห็นว่า เรื่องค่าทดแทนที่ดินศาลฎีกาวินิจฉัยในตอนต้นว่าจำเลยทั้งสี่ไม่ต้องร่วมรับผิดจ่ายให้แก่โจทก์ ส่วนค่าทดแทนที่ดินแนวร่นนั้นก็ไม่รับวินิจฉัย

สำหรับค่ารื้อถอนขนย้ายหลุมฝังศพเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ส่วนเรื่องดอกเบี้ยนั้นเมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะได้รับดอกเบี้ยด้วย ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาจำนวน 10,000 บาทแทนจำเลยทั้งสี่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · สุทธิ นิชโรจน์ · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2540 (เลขอ้างอิง 5031)

พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมพรัพย์ในท้องที่แขวงหัวหมากเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข343 สายคลองตัน-ลาดกระบังพ.ศ.2532กำหนดให้อธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2540

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์...พ.ศ.2516 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5301/2539

วัตถุประสงค์พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ฯพ.ศ.2516ก็เพื่อประโยชน์ของรัฐในการสร้างทางและปรับปรุงระบบระบายน้ำสำหรับกรุงเทพมหานครจำเลยที่1มีหน้าที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการทำให้มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4114/2539

แม้การเวนคืนที่ดินของโจทก์เป็นไปตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน สายแยกถนนจรัญสนิทวงศ์... พ.ศ. 2524 ซึ่งกฎหมายแม่บทว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างหรือขยายทางหลวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7276/2539

กรณีของโจทก์ขณะที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่295ลงวันที่28พฤศจิกายนพ.ศ.2515(ฉบับที่2)พ.ศ.2530มีผลใช้บังคับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้