Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีข้าราชการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เงินของทางราชการถูกยักยอกไป อายุความ 1 ปี ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 นับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รับทราบรายงานการสอบสวนว่าจำเลยต้องรับผิด คำสั่งทางราชการมิให้นายอำเภอเก็บเงินไว้เกิน 8,000 บาท ถ้าเกิน ให้นายอำเภอหรือผู้รักษาการแทนนำส่งจังหวัด แต่ถ้าติดราชการจะนำส่งเองไม่ได้ ก็ให้ตั้งกรรมการอำเภออย่างน้อย 2 นาย คุมเงินไปส่งได้ จำเลยที่ 1 เป็นนายอำเภอได้เก็บเงินไว้เกินจำนวนที่กำหนดจำเลยที่ 1 ติดราชการจึงสั่งตั้งกรมการอำเภอ 3 นายคุมเงินไปส่งจังหวัดโดยระบุไว้ชัดว่าต้องร่วมกันระวังรักษาและห้ามมิให้แยกย้ายจากกันตลอดเวลาที่เงินอยู่ในความรับผิดชอบ แต่จำเลย ที่ 2 ซึ่งขณะนั้นรักษาแทนนายอำเภอได้ มอบเงินให้กรมการอำเภอเพียง 2 นาย คุมเงินไปส่งเพราะกรมการอำเภออีก 1 นาย นั้นติดราชการแต่ก็ได้ให้ตำรวจอีก 2 นายร่วมทางไปด้วย ในการส่งเงิน จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการคุมเงินไปด้วยกลับนั่งรออยุ่นอกห้องสรรพกรและห้องคลังจังหวัด ปล่อยให้กรรมการอีก 1 นายเอาเข้าไปส่งแต่เพียงผู้เดียว เป็นเหตุให้กรรมการผู้นั้นทำลายในนำส่งและเขียนขึ้นมาใหม่ เป็นนำเงินส่งน้อยกว่าจำนวนที่รับมอบมา แล้วยักยอกเอาเงินที่เหลือไว้เป็นของตน ดังนี้ จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดฐานละเมิดเพราะจำเลยฝ่าฝืนคำสั่งของนายอำเภอผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พลเรือน พ.ศ. 2497 มาตรา 71, 72, 79 ความเสียหายจึงได้เกิดขึ้น ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงแม้จะฝ่าฝืนคำสั่งเก็บเงินไว้เกินจำนวนที่กำหนด แต่ความเสียหายยังไม่เกิดขึ้นในตอนนั้น และจำเลยที่ 1,2 ก็ได้สั่งการไปโดยชอบแล้ว ในการคุมเงินไปส่งจำเลยที่ 1, 2 จึงไม่ต้องรับผิดด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.พ.พ. มาตรา 448 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 มาตรา 71 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 มาตรา 72 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 มาตรา 79

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๓ ปฏิบัติหน้าที่ราชการบกพร่องประมาทเลินเล่อในการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งจังหวัดเป็นเหตุในนายสุทิน ปัญญโชติยักยอกเงินไป ๑๙,๐๐๐ บาท แต่นายสุทินใช้เงินคืนบ้างแล้วจึงขอ ให้จำเลยร่วมกันใช้เงินที่ขาด ๑๗,๕๙๓.๑๒ บาท

จำเลยให้การว่า ไม่ได้ประมาท และจำเลยที่ ๒, ๓ ต่อสู้ว่า คดีขาดอายุความ ๑ ปี แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า นายสุทินปลอมใบนำส่งเงินเป็นเรื่องสุดวิสัยจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องในการทุจริตด้วยพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๓ ผู้เดียวประมาทพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๓ ใช้เงินตามฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาให้จำเลยที่ ๑ , ๒ ร่วมรับผิดด้วย ส่วนจำเลยที ๑ ฎีกาข้อให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาเห็นว่า ในปัญหาอายุความประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ นับแต่วันผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เรื่องนี้ ทางการตั้งกรรมการสอบสวนและได้รายงานเสนอผลการสอบสวนว่าจำเลยต้องรับผิดเมื่อ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๙ นับถึงวันฟ้อง (๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๐) ยังไม่ เกิน ๑ ปีคดีไม่ขาดอายุความ ส่วนปัญหาความรับผิด เห็นว่า ถึงแม้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งรักษาการแทน จำเลยที่ ๑ มิได้ปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งทางราชการโดยเก็บรักษาเงินไว้เกินว่า ๘,๐๐๐ บาท เกินว่า ที่กระทรวงการคลังกำหนดก็ดี แต่ในระยะแรกที่ความเสียหาย ไม่เกิดขึ้น ความเสียหายเพิ่งเกิดขึ้นตอนที่นายสุทินกับจำเลยที่ ๓ นำเงินไปส่งคลัง ซึ่งห่างไกลกับเหตุที่จำเลยที่ ๑,๒ รักษาเงินดไว้เกินว่า ที่ทางราชการกำหนด

ยังไม่พอถือว่าจำเลยที่ ๑,๒ ประมาทเลินเล่อเพราะเหตุนี้ การนำเงินส่ง มีคำสั่งกระทรวงการคลังว่า ถ้านายอำเภอหรือผู้รักษาการแทนติดราชการอื่นที่สำคัญกว่า ก็ให้จัดกรมการอำเภอไปส่งแทนได้ จำเลยที่ ๑ นายอำเภอติดราชการ จึงสั่งตั้งกรรมการ ๓ นาย (คือ นายสุนทิน สมุห์บัญชีอำเภอตรี, จำเลยที่ ๓ ป่าไม้อำเภอ, นายจันทร์ อนามัยอำเภอ) ซึ่งเป็นกรรมการอำเภอนำเงินไปส่ง ซึ่งชอบด้วยระเบียบทางราชการแล้ว ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นปลัดอำเภอซึ่งขณะนั้นรักษาการแทนนายอำเภอ ก็ได้ให้กรรมการ ๒ นายไปส่งเงิน เพราะกรรมการอีก ๑ นายติดราชการและอยู่ในอำนาจของจำเลยที่ ๒ ที่จะตั้งกรรมการ ๒ นายไปส่งเงินได้ ทั้งได้ให้ตำรวจอีก ๒ นายร่วมทางไปด้วย จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด

สำหรับจำเลยที่ ๓ ปรากฎว่า เวลานายสุทิน นำเงินเข้าไปส่งในห้องสรรพากรจังหวัดและคลังจังหวัด กลับนั่งรออยู่ข้างนอก ผิดจากคำสั่งของจำเลยที่ ๑ จึงให้โอกาศให้นายสุทินยักยอกเงินได้ โดยทำลายในนำส่งเขียนขึ้นใหม่ เป็นนำเงินส่งตามจำนวนใหม่ที่น้อยกว่าเดิม จำเลยที่ ๓ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย และเอาใจใส่ระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๗๑, ๗๒, ๗๙ เมื่อจำเลยฝ่าฝืนและเกิดความเสียหายขึ้นจำเลยที่ ๓ ต้องรับผิดฐานละเมิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายพิศิษฎ์ เทศะบำรุง
ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993/2562

วันที่ 11 ธันวาคม 2556 เป็นวันที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอุทธรณ์ภาค 3 ส่งสำเนาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้โจทก์ขณะนั้นโจทก์ยังไม่ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลชานุมาน เขตเลือกตั้งที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2562

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9999/2558

คดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กับพวก ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์เข้าซ่อมแซมอาคารพิพาทครั้งแรกวันที่ 6 ธันวาคม 2549 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2550 ครั้งที่สองวันที่ 26 มีนาคม 2550 ถึงวันที่ 5 เมษายน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11437/2556

การที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 จะใช้อายุความเรื่องละเมิดหรือใช้อายุความทั่วไปนั้น ต้องพิจารณาจากการบรรยายในคำฟ้องข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้