คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๗๑,๑๒๔,๒๑๐.๕๘ บาท กับเงินเพิ่มอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของค่าภาษีที่ค้างจำนวน ๒๕,๕๖๐,๖๕๓.๐๘ บาท นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องข้อหาตามหนังสือแจ้งการประเมินเลขที่ ๖๗๔๐๐๑๐/๕/๑๐๐๔๒๒ ถึง ๑๐๐๔๒๕, ๑๐๐๔๒๘ และ ๑๐๐๔๓๐
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องข้อหาตามหนังสือแจ้งการประเมินเลขที่ ๖๗๔๐๐๑๐/๕/๑๐๐๔๒๒ ถึง ๑๐๐๔๒๕, ๑๐๐๔๒๘ และ ๑๐๐๔๓๐ หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์การประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังมิได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อาจมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินได้ หนี้ค่าภาษีตามหนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่ ยังไม่แน่นอนว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่เพียงใด ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิ
ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า คดีของโจทก์ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้ค่าภาษีตามหนังสือแจ้งการประเมินย่อมถือว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธินั้น เห็นว่า แม้คดีของโจทก์จะไม่อยู่ในบังคับ แห่งบทกฎหมายดังกล่าว แต่ก็ต้องอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๑๗ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ เมื่อหนี้ยังไม่แน่นอนจึงหาอาจ ถือว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิแล้วได้ไม่ แม้ว่าการที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงก็ตาม คำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่ไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นนี้ให้.