Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7425/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีการระบุพยานเพิ่มเติมไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารให้ก่อนวันสืบพยาน3วันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา90(เดิม)เมื่อปรากฏว่าโจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องและได้รับอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมวันที่19มกราคม2530ซึ่งได้มีการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองในวันเดียวกันและได้นำสืบพยานเอกสารดังกล่าวในวันที่3กุมภาพันธ์2530ซึ่งเป็นการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อถึง14วันมิใช่เป็นกรณีเอาเปรียบจำเลยทั้งสองการที่ศาลรับฟังเอกสารดังกล่าวจึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว การที่จำเลยที่1เดินทางไปยังเมืองฮ่องกงเพื่อติดต่อธุรกิจการค้าก็ไปพบกุญแจตราGOLDDOOR ซึ่งจำเลยที่1เห็นว่าสวยดีและเป็นที่ประทับใจจึงนำตราดังกล่าวมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้กับกุญแจของจำเลยที่1แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่1มิได้คิดประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR ขึ้นเองแต่ไปนำเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นมาจดทะเบียนโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR และอักษรจีนอ่านว่ากิมหมึ่งไป๊ กับเส้นลายประดิษฐ์ตัวอักษรโรมันGD และได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาก่อนจำเลยทั้งสองโจทก์ย่อมมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ดีกว่าจำเลยทั้งสองแม้จำเลยที่1จะได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแต่โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเครื่องหมายการค้านั้นจึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่1ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ.2474มาตรา41(1)ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดข้อพิพาท กล่องบรรจุสินค้าของโจทก์และของจำเลยทั้งสองมีขนาดเท่ากันมีเครื่องหมายการค้าเป็นตัวอักษรโรมันอักษรจีนตัวเลขและสีสันเช่นเดียวกันการวางตำแหน่งของตัวอักษรตัวเลขเครื่องหมายและรูปอักษรประดิษฐ์อยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกอย่างคงแตกต่างกันเพียงว่าที่กล่องบรรจุสินค้าของโจทก์มีข้อความว่าMADEINCHINAซึ่งพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีดำอยู่บนพื้นสีแดงด้วยส่วนกล่องบรรจุสินค้าของจำเลยทั้งสองไม่มีข้อความดังกล่าวซึ่งข้อความดังกล่าวพิมพ์ด้วยตัวอักษรเล็กมากหากไม่พิจารณาโดยพินิจพิเคราะห์อย่างแท้จริงจะไม่มีทางทราบว่ากล่องใดเป็นสินค้าของโจทก์กล่องใดเป็นสินค้าของจำเลยทั้งสองโจทก์ส่งสินค้ากุญแจของโจทก์มาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ.2524จำเลยทั้งสองเพิ่งผลิตสินค้ากุญแจของจำเลยทั้งสองออกจำหน่ายเมื่อพ.ศ.2526จำเลยที่1ได้ไปพบเห็นสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR ที่เมืองฮ่องกง แล้วจำเลยที่1นำเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาจดทะเบียนในประเทศไทยแสดงว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาจะลวงให้สาธารณชนหลงผิดเป็นการลวงขายสินค้าของจำเลยทั้งสองว่าเป็นสินค้าของโจทก์โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายเพราะเหตุที่จำหน่ายสินค้าของโจทก์ได้น้อยลงโจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ.2474มาตรา29วรรคสอง เมื่อฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหายแม้โจทก์จะนำสืบไม่พอให้ฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหายถึงจำนวนที่อ้างในคำฟ้องศาลก็มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ได้ตามสมควรแก่พฤติการณ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 438 ป.วิ.พ. มาตรา 90 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 29 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 41

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า GOLDDOOR กับเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ แปลว่า ตราประตูทอง และเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าลายเส้นประดิษฐ์เป็นอักษรโรมัน GD อ่านว่าจีดี โดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อ พ.ศ. 2524 โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้าประเภทกุญแจทุกชนิดของโจทก์เผยแพร่ไปทั่วโลกและในประเทศไทยมานานจนสาธารณชนทราบดีว่าเป็นสินค้าของโจทก์ซึ่งมีคุณภาพดี ต่อมา พ.ศ. 2526 จำเลยที่ 1 นำเครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ ของโจทก์ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ตามทะเบียนที่ 85199 โดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย

หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตและจำหน่ายสินค้ากุญแจลอกเลียนรูปแบบกุญแจของโจทก์แต่คุณภาพต่ำกว่า โดยใช้เครื่องหมายการค้าที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนดังกล่าวและใช้ลายเส้นประดิษฐ์เป็นอักษรโรมันGD ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนแสดงบนหีบห่อบรรจุสินค้าที่มีการลอกเลียนรูปกับสีหีบห่อบรรจุสินค้าของโจทก์โดยไม่สุจริตและด้วยเจตนาลวงสาธารณชนให้เข้าใจว่าสินค้าของจำเลยทั้งสองเป็นสินค้าของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดรายได้จากการจำหน่ายสินค้ากุญแจเดือนละ 100,000 บาทก่อนฟ้อง 1 ปี เป็นเงิน 1,200,000 บาท และนับจากวันฟ้องเดือนละ100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี กับค่าเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิทางการค้าในเหตุที่จำเลยทั้งสองลวงขายสินค้าคุณภาพต่ำให้สาธารณชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของโจทก์อีกเดือนละ50,000 บาท

นับจากวันฟ้องจนกว่าจะหยุดการละเมิด ให้จำเลยที่ 1ไปจดทะเบียนเพิกถอนเครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ ตามทะเบียนที่ 85099 หากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมปฎิบัติตาม ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยทั้งสองหยุดใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าและไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามฟ้องเนื่องจากใน พ.ศ. 2524ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าถูกต้องตามกฎหมายและผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวออกจำหน่ายโดยสุจริต

จำเลยทั้งสองโฆษณาเผยแพร่สินค้าจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและไม่เคยกล่าวอ้างหรือลวงขายว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของโจทก์ โจทก์มิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยทั้งสองตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 โจทก์เสียหายอย่างมากไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้า โกลดอร์และกิมหมึ่งไป๊ (ที่ถูกเป็น GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊) ตามคำขอเลขที่ 129625ทะเบียนเลขที่ 85199 โดยให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนเพิกถอน หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฎิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ห้ามจำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าตามฟ้องของโจทก์อีกต่อไป

คำขออื่นให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 180,000 บาท และในอัตราเดือนละ 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะหยุดใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ทั้ง สอง ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาในประการแรกว่าเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 ที่โจทก์อ้างว่าเป็นหนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลและหนังสือรับรองการเปลี่ยนที่อยู่ของโจทก์โจทก์เพิ่งยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมหลังจากโจทก์สืบพยานไปบ้างแล้ว และมิได้ดำเนินการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานอย่างน้อย 3 วัน เป็นการเอาเปรียบจำเลยทั้งสอง จึงรับฟังเอกสารดังกล่าวไม่ได้ เห็นว่า ปรากฎว่ากรณีเป็นการระบุพยานเพิ่มเติม ซึ่งไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารให้ก่อนวันสืบพยาน 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา90 (เดิม) ที่ใช้บังคับอยู่ขณะนั้น อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ปรากฎว่าโจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องและได้รับอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่19 มกราคม 2530 ซึ่งได้มีการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองในวันเดียวกัน และได้นำสืบพยานเอกสารดังกล่าวในวันที่ 3 กุมภาพันธ์2530 ซึ่งเป็นการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อถึง 14 วัน มิใช่เป็นกรณีเอาเปรียบดังจำเลยทั้งสองกล่าวอ้าง การที่ศาลรับฟังเอกสารทั้งสองฉบับจึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าและเส้นลายประดิษฐ์ตามฟ้องและมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวดีกว่าจำเลยทั้งสองหรือไม่ ปรากฎว่าโจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า GOLDDOOR และอักษรจีนอ่านว่ากึ่มหมึ่งไป๊ ใช้กับสินค้าชนิดที่ 21 คือ กุญแจต่อกรมควบคุมแรงงานและอุตสาหกรรม ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่30 สิงหาคม 2524 โจทก์ผลิตและโฆษณาสินค้ากุญแจของโจทก์โดยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับเส้นลายประดิษฐ์ตัวอักษรโรมัน GDทั้งในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศอื่นตั้งแต่ พ.ศ.2524 เรื่อยมา บริษัทกรุงไทยเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายกุญแจของโจทก์และโฆษณาสินค้าในหนังสือพิมพ์ตั้งแต่

พ.ศ.2524 โจทก์ส่งสินค้ากุญแจของโจทก์ไปขายยังต่างประเทศในปีเดียวกันโดยส่งไปขายที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย เกาะเปอร์โตริโกและประเทศไทย เมื่อประมาณ พ.ศ. 2524 จำเลยที่ 1 เดินทางไปยังเมืองฮ่องกง เพื่อติดต่อธุรกิจการค้าก็ไปพบกุญแจตรา GOLDDOORซึ่งจำเลยที่ 1 เห็นว่าสวยดีและเป็นที่ประทับใจจึงนำตราดังกล่าวมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้กับกุญแจของจำเลยที่ 1 ที่กระทรวงพาณิชย์เมื่อประมาณ พ.ศ. 2526 แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1มิได้คิดประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOOR ขึ้นเอง แต่ไปนำเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นมาจดทะเบียน ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า

GOLDDOOR และอักษรจีนอ่านว่า กิมหมึ่งไป๊ กับเส้นลายประดิษฐ์ตัวอักษรโรมัน GD และได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาก่อนจำเลยทั้งสองโจทก์ย่อมมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ดีกว่าจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 1 จะได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว แต่โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเครื่องหมายการค้านั้นจึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1ได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 41 (1)ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่เกิดข้อพิพาทจำเลยทั้งสองฎีกาในประการสุดท้ายว่า ค่าเสียหายของโจทก์หากมีก็ไม่ถึงเดือนละ 5,000 บาท โจทก์มิได้นำสืบถึงค่าเสียหายโดยชัดแจ้ง คงกล่าวอ้างลอย

ๆ การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายขึ้นเอง จึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง เห็นว่าเมื่อพิจารณาวัตถุพยานหมาย จ.1 และ จ.2ซึ่งเป็นสินค้าของโจทก์ และวัตถุพยานหมาย จ.3 และ จ.4 ซึ่งเป็นสินค้าของจำเลยทั้งสองแล้ว เป็นที่เห็นได้ว่ากล่องบรรจุสินค้าของโจทก์และของจำเลยทั้งสองมีขนาดเท่ากันมีเครื่องหมายการค้าเป็นอักษรโรมัน อักษรจีน ตัวเลข และสีสันเช่นเดียวกันการวางตำแหน่งของตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมาย และรูปอักษรประดิษฐ์อยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกอย่าง คงแตกต่างกันเพียงว่าที่กล่องบรรจุสินค้าของโจทก์มีข้อความว่า MADE IN CHINA ซึ่งพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีดำอยู่บนพื้นสีแดงด้วยส่วนกล่องบรรจุสินค้าของจำเลยทั้งสองไม่มีข้อความดังกล่าว ซึ่งข้อความดังกล่าวพิมพ์ด้วยตัวอักษรเล็กมากหากไม่พิจารณาโดยพินิจพิเคราะห์อย่างแท้จริงจะไม่มีทางทราบว่ากล่องใดเป็นสินค้าของโจทก์

กล่องใดเป็นสินค้าของจำเลยทั้งสองประกอบกับโจทก์ส่งสินค้ากุญแจของโจทก์มาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ. 2524 จำเลยทั้งสองเพิ่งผลิตสินค้ากุญแจของจำเลยทั้งสองออกจำหน่ายเมื่อ พ.ศ. 2526 เมื่อ พ.ศ. 2524 จำเลยที่ 1 ได้ไปพบเห็นสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOR ที่เมืองฮ่องกง แล้ว จำเลยที่ 1 นำเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย ตามพฤติการณ์เป็นที่เห็นได้ชัดว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาจะลวงให้สาธารณชนหลงผิด เป็นการลวงขายสินค้าของจำเลยทั้งสองว่าเป็นสินค้าของโจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายเพราะเหตุที่จำหน่ายสินค้าของโจทก์ได้น้อยลง โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า

พ.ศ. 2474 มาตรา 29 วรรคสอง เมื่อฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหาย แม้โจทก์จะนำสืบไม่พอให้ฟังว่า โจทก์ได้รับความเสียหายถึงจำนวนที่อ้างในคำฟ้องศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ได้ตามสมควรแก่พฤติการณ์และจำนวนค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์กำหนดเป็นดุลพินิจที่เหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และเห็นว่าการกำหนดค่าเสียหายดังกล่าวเป็นผลดีแก่จำเลยทั้งสองมากอยู่แล้วฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · สมาน เวทวินิจ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2538

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนสำหรับสินค้าจำพวกที่22รถจักรยานสองล้อดีกว่าจำเลยให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าที่จำเลยได้จดทะเบียนไว้สำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3278/2527

การที่จะตีความเอกสารฉบับใดเพื่อให้ได้ความหมายที่ถูกต้องแท้จริงจะพิจารณาจากข้อความเพียงประโยคใดตอนใด แล้วสรุปความหมายเอาหาได้ไม่ จำต้องพิเคราะห์จากถ้อยคำ ทั้งหมดในเอกสารนั้นประมวลเข้าด้วยกันจึงจะสามารถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5565/2548

การที่ ต. บิดาของโจทก์ที่ 2 ได้รับพระราชทานตราตั้งและพระครุฑจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ใช้กิจการของห้างทองตั้งโต๊ะกังเมื่อปี 2464 แสดงให้เห็นว่ากิจการค้าทองของห้างตั้งโต๊ะกังเป็นกิจการค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4419/2541

++ เรื่อง เครื่องหมายการค้า ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ขอชุดตรวจได้ที่งานย่อข้อกฎหมายระบบ CW โถงกลางชั้น 3 ++ ++ ++ โจทก์เป็นเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4259/2540

โจทก์ฟ้องว่า นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์คำว่า "F FENDI" ตามคำขอเลขที่ 199227 สำหรับสินค้าจำพวกที่ 37 ชนิดสินค้ากระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่ธนบัตร ห่วงร้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้