Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7425/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กรณีการระบุพยานเพิ่มเติมไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารให้ก่อนวันสืบพยาน3วันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา90(เดิม)เมื่อปรากฏว่าโจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องและได้รับอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมวันที่19มกราคม2530ซึ่งได้มีการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองในวันเดียวกันและได้นำสืบพยานเอกสารดังกล่าวในวันที่3กุมภาพันธ์2530ซึ่งเป็นการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อถึง14วันมิใช่เป็นกรณีเอาเปรียบจำเลยทั้งสองการที่ศาลรับฟังเอกสารดังกล่าวจึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว การที่จำเลยที่1เดินทางไปยังเมืองฮ่องกงเพื่อติดต่อธุรกิจการค้าก็ไปพบกุญแจตราGOLDDOOR ซึ่งจำเลยที่1เห็นว่าสวยดีและเป็นที่ประทับใจจึงนำตราดังกล่าวมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้กับกุญแจของจำเลยที่1แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่1มิได้คิดประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR ขึ้นเองแต่ไปนำเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นมาจดทะเบียนโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR และอักษรจีนอ่านว่ากิมหมึ่งไป๊ กับเส้นลายประดิษฐ์ตัวอักษรโรมันGD และได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาก่อนจำเลยทั้งสองโจทก์ย่อมมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ดีกว่าจำเลยทั้งสองแม้จำเลยที่1จะได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแต่โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเครื่องหมายการค้านั้นจึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่1ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ.2474มาตรา41(1)ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดข้อพิพาท กล่องบรรจุสินค้าของโจทก์และของจำเลยทั้งสองมีขนาดเท่ากันมีเครื่องหมายการค้าเป็นตัวอักษรโรมันอักษรจีนตัวเลขและสีสันเช่นเดียวกันการวางตำแหน่งของตัวอักษรตัวเลขเครื่องหมายและรูปอักษรประดิษฐ์อยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกอย่างคงแตกต่างกันเพียงว่าที่กล่องบรรจุสินค้าของโจทก์มีข้อความว่าMADEINCHINAซึ่งพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีดำอยู่บนพื้นสีแดงด้วยส่วนกล่องบรรจุสินค้าของจำเลยทั้งสองไม่มีข้อความดังกล่าวซึ่งข้อความดังกล่าวพิมพ์ด้วยตัวอักษรเล็กมากหากไม่พิจารณาโดยพินิจพิเคราะห์อย่างแท้จริงจะไม่มีทางทราบว่ากล่องใดเป็นสินค้าของโจทก์กล่องใดเป็นสินค้าของจำเลยทั้งสองโจทก์ส่งสินค้ากุญแจของโจทก์มาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ.2524จำเลยทั้งสองเพิ่งผลิตสินค้ากุญแจของจำเลยทั้งสองออกจำหน่ายเมื่อพ.ศ.2526จำเลยที่1ได้ไปพบเห็นสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR ที่เมืองฮ่องกง แล้วจำเลยที่1นำเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาจดทะเบียนในประเทศไทยแสดงว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาจะลวงให้สาธารณชนหลงผิดเป็นการลวงขายสินค้าของจำเลยทั้งสองว่าเป็นสินค้าของโจทก์โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายเพราะเหตุที่จำหน่ายสินค้าของโจทก์ได้น้อยลงโจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ.2474มาตรา29วรรคสอง เมื่อฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหายแม้โจทก์จะนำสืบไม่พอให้ฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหายถึงจำนวนที่อ้างในคำฟ้องศาลก็มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ได้ตามสมควรแก่พฤติการณ์

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 438 ป.วิ.พ. Section 90 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 Section 29 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 Section 41

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า GOLDDOOR กับเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ แปลว่า ตราประตูทอง และเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าลายเส้นประดิษฐ์เป็นอักษรโรมัน GD อ่านว่าจีดี โดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อ พ.ศ. 2524 โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้าประเภทกุญแจทุกชนิดของโจทก์เผยแพร่ไปทั่วโลกและในประเทศไทยมานานจนสาธารณชนทราบดีว่าเป็นสินค้าของโจทก์ซึ่งมีคุณภาพดี ต่อมา พ.ศ. 2526 จำเลยที่ 1 นำเครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ ของโจทก์ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ตามทะเบียนที่ 85199 โดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย

หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตและจำหน่ายสินค้ากุญแจลอกเลียนรูปแบบกุญแจของโจทก์แต่คุณภาพต่ำกว่า โดยใช้เครื่องหมายการค้าที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนดังกล่าวและใช้ลายเส้นประดิษฐ์เป็นอักษรโรมันGD ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนแสดงบนหีบห่อบรรจุสินค้าที่มีการลอกเลียนรูปกับสีหีบห่อบรรจุสินค้าของโจทก์โดยไม่สุจริตและด้วยเจตนาลวงสาธารณชนให้เข้าใจว่าสินค้าของจำเลยทั้งสองเป็นสินค้าของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดรายได้จากการจำหน่ายสินค้ากุญแจเดือนละ 100,000 บาทก่อนฟ้อง 1 ปี เป็นเงิน 1,200,000 บาท และนับจากวันฟ้องเดือนละ100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี กับค่าเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิทางการค้าในเหตุที่จำเลยทั้งสองลวงขายสินค้าคุณภาพต่ำให้สาธารณชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของโจทก์อีกเดือนละ50,000 บาท

นับจากวันฟ้องจนกว่าจะหยุดการละเมิด ให้จำเลยที่ 1ไปจดทะเบียนเพิกถอนเครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ ตามทะเบียนที่ 85099 หากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมปฎิบัติตาม ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยทั้งสองหยุดใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าและไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามฟ้องเนื่องจากใน พ.ศ. 2524ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าถูกต้องตามกฎหมายและผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวออกจำหน่ายโดยสุจริต

จำเลยทั้งสองโฆษณาเผยแพร่สินค้าจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและไม่เคยกล่าวอ้างหรือลวงขายว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของโจทก์ โจทก์มิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยทั้งสองตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 โจทก์เสียหายอย่างมากไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้า โกลดอร์และกิมหมึ่งไป๊ (ที่ถูกเป็น GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊) ตามคำขอเลขที่ 129625ทะเบียนเลขที่ 85199 โดยให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนเพิกถอน หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฎิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ห้ามจำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าตามฟ้องของโจทก์อีกต่อไป

คำขออื่นให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 180,000 บาท และในอัตราเดือนละ 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะหยุดใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ทั้ง สอง ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาในประการแรกว่าเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 ที่โจทก์อ้างว่าเป็นหนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลและหนังสือรับรองการเปลี่ยนที่อยู่ของโจทก์โจทก์เพิ่งยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมหลังจากโจทก์สืบพยานไปบ้างแล้ว และมิได้ดำเนินการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานอย่างน้อย 3 วัน เป็นการเอาเปรียบจำเลยทั้งสอง จึงรับฟังเอกสารดังกล่าวไม่ได้ เห็นว่า ปรากฎว่ากรณีเป็นการระบุพยานเพิ่มเติม ซึ่งไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารให้ก่อนวันสืบพยาน 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา90 (เดิม) ที่ใช้บังคับอยู่ขณะนั้น อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ปรากฎว่าโจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องและได้รับอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่19 มกราคม 2530 ซึ่งได้มีการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองในวันเดียวกัน และได้นำสืบพยานเอกสารดังกล่าวในวันที่ 3 กุมภาพันธ์2530 ซึ่งเป็นการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อถึง 14 วัน มิใช่เป็นกรณีเอาเปรียบดังจำเลยทั้งสองกล่าวอ้าง การที่ศาลรับฟังเอกสารทั้งสองฉบับจึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าและเส้นลายประดิษฐ์ตามฟ้องและมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวดีกว่าจำเลยทั้งสองหรือไม่ ปรากฎว่าโจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า GOLDDOOR และอักษรจีนอ่านว่ากึ่มหมึ่งไป๊ ใช้กับสินค้าชนิดที่ 21 คือ กุญแจต่อกรมควบคุมแรงงานและอุตสาหกรรม ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่30 สิงหาคม 2524 โจทก์ผลิตและโฆษณาสินค้ากุญแจของโจทก์โดยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับเส้นลายประดิษฐ์ตัวอักษรโรมัน GDทั้งในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศอื่นตั้งแต่ พ.ศ.2524 เรื่อยมา บริษัทกรุงไทยเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายกุญแจของโจทก์และโฆษณาสินค้าในหนังสือพิมพ์ตั้งแต่

พ.ศ.2524 โจทก์ส่งสินค้ากุญแจของโจทก์ไปขายยังต่างประเทศในปีเดียวกันโดยส่งไปขายที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย เกาะเปอร์โตริโกและประเทศไทย เมื่อประมาณ พ.ศ. 2524 จำเลยที่ 1 เดินทางไปยังเมืองฮ่องกง เพื่อติดต่อธุรกิจการค้าก็ไปพบกุญแจตรา GOLDDOORซึ่งจำเลยที่ 1 เห็นว่าสวยดีและเป็นที่ประทับใจจึงนำตราดังกล่าวมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้กับกุญแจของจำเลยที่ 1 ที่กระทรวงพาณิชย์เมื่อประมาณ พ.ศ. 2526 แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1มิได้คิดประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOOR ขึ้นเอง แต่ไปนำเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นมาจดทะเบียน ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า

GOLDDOOR และอักษรจีนอ่านว่า กิมหมึ่งไป๊ กับเส้นลายประดิษฐ์ตัวอักษรโรมัน GD และได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาก่อนจำเลยทั้งสองโจทก์ย่อมมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ดีกว่าจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 1 จะได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว แต่โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเครื่องหมายการค้านั้นจึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1ได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 41 (1)ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่เกิดข้อพิพาทจำเลยทั้งสองฎีกาในประการสุดท้ายว่า ค่าเสียหายของโจทก์หากมีก็ไม่ถึงเดือนละ 5,000 บาท โจทก์มิได้นำสืบถึงค่าเสียหายโดยชัดแจ้ง คงกล่าวอ้างลอย

ๆ การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายขึ้นเอง จึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง เห็นว่าเมื่อพิจารณาวัตถุพยานหมาย จ.1 และ จ.2ซึ่งเป็นสินค้าของโจทก์ และวัตถุพยานหมาย จ.3 และ จ.4 ซึ่งเป็นสินค้าของจำเลยทั้งสองแล้ว เป็นที่เห็นได้ว่ากล่องบรรจุสินค้าของโจทก์และของจำเลยทั้งสองมีขนาดเท่ากันมีเครื่องหมายการค้าเป็นอักษรโรมัน อักษรจีน ตัวเลข และสีสันเช่นเดียวกันการวางตำแหน่งของตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมาย และรูปอักษรประดิษฐ์อยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกอย่าง คงแตกต่างกันเพียงว่าที่กล่องบรรจุสินค้าของโจทก์มีข้อความว่า MADE IN CHINA ซึ่งพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีดำอยู่บนพื้นสีแดงด้วยส่วนกล่องบรรจุสินค้าของจำเลยทั้งสองไม่มีข้อความดังกล่าว ซึ่งข้อความดังกล่าวพิมพ์ด้วยตัวอักษรเล็กมากหากไม่พิจารณาโดยพินิจพิเคราะห์อย่างแท้จริงจะไม่มีทางทราบว่ากล่องใดเป็นสินค้าของโจทก์

กล่องใดเป็นสินค้าของจำเลยทั้งสองประกอบกับโจทก์ส่งสินค้ากุญแจของโจทก์มาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ. 2524 จำเลยทั้งสองเพิ่งผลิตสินค้ากุญแจของจำเลยทั้งสองออกจำหน่ายเมื่อ พ.ศ. 2526 เมื่อ พ.ศ. 2524 จำเลยที่ 1 ได้ไปพบเห็นสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOR ที่เมืองฮ่องกง แล้ว จำเลยที่ 1 นำเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย ตามพฤติการณ์เป็นที่เห็นได้ชัดว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาจะลวงให้สาธารณชนหลงผิด เป็นการลวงขายสินค้าของจำเลยทั้งสองว่าเป็นสินค้าของโจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายเพราะเหตุที่จำหน่ายสินค้าของโจทก์ได้น้อยลง โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า

พ.ศ. 2474 มาตรา 29 วรรคสอง เมื่อฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหาย แม้โจทก์จะนำสืบไม่พอให้ฟังว่า โจทก์ได้รับความเสียหายถึงจำนวนที่อ้างในคำฟ้องศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ได้ตามสมควรแก่พฤติการณ์และจำนวนค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์กำหนดเป็นดุลพินิจที่เหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และเห็นว่าการกำหนดค่าเสียหายดังกล่าวเป็นผลดีแก่จำเลยทั้งสองมากอยู่แล้วฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ยงยุทธ ธารีสาร · สมาน เวทวินิจ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1706/2538

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนสำหรับสินค้าจำพวกที่22รถจักรยานสองล้อดีกว่าจำเลยให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าที่จำเลยได้จดทะเบียนไว้สำ…

Supreme Court Judgment No. 3278/2527

การที่จะตีความเอกสารฉบับใดเพื่อให้ได้ความหมายที่ถูกต้องแท้จริงจะพิจารณาจากข้อความเพียงประโยคใดตอนใด แล้วสรุปความหมายเอาหาได้ไม่ จำต้องพิเคราะห์จากถ้อยคำ ทั้งหมดในเอกสารนั้นประมวลเข้าด้วยกันจึงจะสามารถ…

Supreme Court Judgment No. 5565/2548

การที่ ต. บิดาของโจทก์ที่ 2 ได้รับพระราชทานตราตั้งและพระครุฑจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ใช้กิจการของห้างทองตั้งโต๊ะกังเมื่อปี 2464 แสดงให้เห็นว่ากิจการค้าทองของห้างตั้งโต๊ะกังเป็นกิจการค…

Supreme Court Judgment No. 4419/2541

++ เรื่อง เครื่องหมายการค้า ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ขอชุดตรวจได้ที่งานย่อข้อกฎหมายระบบ CW โถงกลางชั้น 3 ++ ++ ++ โจทก์เป็นเจ้…

Supreme Court Judgment No. 4259/2540

โจทก์ฟ้องว่า นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์คำว่า "F FENDI" ตามคำขอเลขที่ 199227 สำหรับสินค้าจำพวกที่ 37 ชนิดสินค้ากระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่ธนบัตร ห่วงร้อ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up