Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7564/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

วันเกิดเหตุผู้คัดค้านซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้ร้องเดินมาพูดกับ ธ. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาว่า มาเสือกอะไรกับแผนกเช็คเกอร์ แล้วผู้คัดค้านได้กระชากคอเสื้อ ธ. ถึง 2 ครั้ง จับแขนขวาของ ธ. เพื่อจะฉุดเข้าในห้องประชุมต่อหน้าพนักงานอื่นหลายคนระหว่างที่อยู่ในเวลาทำงาน การกระทำดังกล่าวเป็นการพูดจาก้าวร้าวและทำร้ายผู้บังคับบัญชาต่อหน้าพนักงานอื่นของผู้ร้องภายในสถานที่ทำงานและในเวลาทำงาน ทำให้เสียภาพลักษณ์และการปกครองบังคับบัญชาในองค์กรของผู้ร้องเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องในกรณีร้ายแรง แม้ขณะผู้ร้องยื่นคำร้องสหภาพแรงงาน ส. ได้ยื่นข้อเรียกร้องซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจาและผู้คัดค้านเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ส. ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนลูกจ้างในการเจรจาก็ตาม แต่การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องในกรณีร้ายแรงตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 31(3) กรณีจึงมีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ตามมาตรา 52

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด และมอบอำนาจให้นายกิตติคม ดิษาภิรมย์ หรือนายเกษม ศรีชัยรมย์รัตน์ดำเนินคดีนี้แทนผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้องและเป็นกรรมการลูกจ้างเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2543 เวลาประมาณ 16 นาฬิกา ขณะอยู่ในระหว่างเวลาทำงาน ผู้คัดค้านได้ทำร้ายนายธานี สุวรรณกนกนาค ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยมีลักษณะเป็นอันธพาลก้าวร้าว ไม่ให้เกียรติไม่เคารพยำเกรงและประพฤติตนไม่เหมาะสมต่อผู้บังคับบัญชา ทั้งเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาต่อพนักงานอื่นในระหว่างเวลาทำงาน ทำให้ผู้ร้องเสียหายด้านการปกครองและการบังคับบัญชาอันเป็นการจงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของผู้ร้องอย่างร้ายแรงขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างนับแต่วันยื่นคำร้องผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า

ผู้คัดค้านเป็นกรรมการลูกจ้าง กรรมการสวัสดิการและกรรมการสหภาพแรงงานเสริมสุขของบริษัทผู้ร้อง ขณะผู้ร้องขอเลิกจ้างผู้คัดค้านอยู่ในระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมสภาพการจ้างที่สหภาพแรงงานเสริมสุขยื่นต่อผู้ร้องโดยผู้คัดค้านเป็นตัวแทนของสหภาพแรงงานในการเจรจา และต่อมาสหภาพแรงงานเสริมสุขกับผู้ร้องสามารถตกลงกันได้โดยทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน2543 ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตปกป้องผลประโยชน์ของผู้ร้องและของส่วนร่วม ไม่เคยทะเลาะวิวาทกับผู้ใด และไม่เคยกระทำความผิดตามที่ผู้ร้องกล่าวหา จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะขอเลิกจ้างผู้คัดค้านตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518 มาตรา 31 และมาตรา 123 ได้ ขอให้ยกคำร้องศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ผู้คัดค้านเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของผู้ร้องเมื่อวันที่ 2เมษายน 2523 ตำแหน่งพนักงานเช็คเกอร์ ประจำโรงงานนครราชสีมามีนายธานี สุวรรณกนกนาค เป็นหัวหน้าแผนกเช็คเกอร์ - ธุรการ และเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านเป็นกรรมการสหภาพแรงงานเสริมสุขและเป็นกรรมการลูกจ้าง เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2543 เวลาประมาณ16 นาฬิกา ผู้คัดค้านเดินมาพูดกับนายธานีว่า มาเสือกอะไรกับแผนกเช็คเกอร์หลังจากนั้นผู้คัดค้านได้กระชากคอเสื้อนายธานีจนทำให้นายธานีตกจากบาทวิถีหน้าประตูห้องแผนกเช็คเกอร์ - ธุรการ

ลงไปที่พื้นถนนคอนกรีตจากนั้นได้กระชากคอเสื้อพร้อมกับจับแขนขวาของนายธานีพยายามฉุดนายธานีให้เข้าไปในห้องประชุมโดยนายธานีไม่ยินยอม การกระทำของผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นการพูดถ้อยคำไม่สุภาพ แสดงความก้าวร้าว ไม่เคารพไม่ให้เกียรติ และเป็นการทำร้ายผู้บังคับบัญชาก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องและกระทบต่อการบังคับบัญชา ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรง แม้ขณะยื่นคำร้องจะอยู่ในระหว่างที่ผู้คัดค้านในฐานะตัวแทนสหภาพแรงงานเสริมสุขกำลังเจรจาเกี่ยวกับการขอแก้ไขเพิ่มเติมและต่ออายุข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแต่เป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรให้ผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518 มาตรา 31(3)จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ คำขออื่นให้ยกผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านเพียงประการเดียวว่า การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับทำงานของผู้ร้องในกรณีร้ายแรงและมีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 31(3) ประกอบมาตรา 52 หรือไม่ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุผู้คัดค้านเดินมาพูดกับนายธานีซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาว่า มาเสือกอะไรกับแผนกเช็คเกอร์แล้วผู้คัดค้านได้กระชากคอเสื้อนายธานีถึง 2 ครั้ง และจับแขนขวาของนายธานี เพื่อที่จะฉุดเข้าในห้องประชุมต่อหน้าพนักงานอื่นหลายคนระหว่างที่อยู่ในเวลาทำงาน

เห็นว่าการกระทำของผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นการพูดจาที่ก้าวร้าว และทำร้ายผู้บังคับบัญชาต่อหน้าพนักงานอื่นของผู้ร้องภายในสถานที่ทำงานและในเวลาทำงาน ทำให้เสียหายต่อภาพลักษณ์และการปกครองบังคับบัญชาในองค์กรของผู้ร้อง จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องหมวดที่ 11 ว่าด้วยวินัยและโทษทางวินัยข้อ 11.3(1) และ (11) ในกรณีร้ายแรง แม้ขณะผู้ร้องยื่นคำร้อง สหภาพแรงงานเสริมสุขได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ร้องซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาและผู้คัดค้านเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเสริมสุขที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนลูกจ้างในการเจรจาก็ตาม แต่การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องในกรณีร้ายแรงตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 31(3) กรณีจึงมีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ตามมาตรา 52

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์ · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2222/2538

เมื่อลูกจ้างผู้คัดค้านมิได้กล่าวไว้แจ้งชัดในอุทธรณ์ว่า การที่ศาลแรงงานมิได้วินิจฉัยถึงการเตือนของนายจ้างผู้ร้องตามข้อเท็จจริงและเอกสารที่อ้าง เป็นการผิดต่อกฎหมายอย่างไร และมีผลต่อคดีอย่างไร จึงเป็นอุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5209/2537

กรรมการลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นกรรมการลูกจ้างที่สหภาพแรงงานแต่งตั้งตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 45 วรรคสอง หรือเป็นกรรมการลูกจ้างที่ได้รับเลือกตั้งจากลูกจ้างในสถานประกอบกิจการนั้น ตามมาตรา46 วร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 666484)

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกนัดหยุดงานโดยชอบตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 34 แต่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวในการนัดหยุดงานนั้น ย่อมมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3872/2561

ในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต้องคำนึงว่ากรณีมีเหตุผลสมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ผู้คัดค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้