คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง (2) ระหว่างอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยให้ผู้ประกันทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลในวงเงิน 500,000 บาท ต่อมาในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญา วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้งดหรือลดค่าปรับ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน ผู้ประกันฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับตามสัญญาประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 มิใช่คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงไม่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ดังนี้ เมื่อผู้ประกันอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ประกันที่ขอให้งดหรือลดค่าปรับ จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่จะพิจารณาพิพากษาคดี การที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิจารณาพิพากษาอุทธรณ์คำสั่งของผู้ประกันจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ประกัน
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติด ให้ศาลชั้นต้นส่งถ้อยคำสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ของผู้ประกันฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 ต่อไป