คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้อง วันนัดสืบพยานโจทก์ ไม่มีคู่ความฝ่ายใดมาศาล
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่มาตามกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ตามที่ศาลนัดไว้และโจทก์ทราบนัดแล้วถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบต่อศาล ให้ยกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ อ้างว่าโจทก์ไม่มีเจตนาที่จะละเลยไม่มาศาล แต่เข้าใจวันนัดสืบพยานโจทก์คลาดเคลื่อนผิดวันไป ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบตามฟ้อง โจทก์จะขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องขาดนัด ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖ ประกอบด้วยมาตรา ๑๘๑ ซึ่งศาลชั้นต้นชอบที่จะยกฟ้องเสียโดยอาศัยเหตุดังกล่าว และโจทก์มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ได้ภายในสิบห้าวัน ดังนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะยกฟ้องโจทก์โดยถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ก็ไม่เป็นการตัดสิทธิดังกล่าวของโจทก์แต่ประการใด สำหรับเหตุผลตามคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ของโจทก์ที่ว่าโจทก์เข้าใจวันนัดสืบพยานโจทก์คลาดเคลื่อนผิดวันไปนั้น หากเป็นความจริงก็พอถือได้ว่ามีเหตุสมควรที่จะยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะไต่สวนคำร้องของโจทก์เสียก่อนแล้วมีคำสั่งในเรื่องนี้ มิใช่สั่งเลยไปถึงว่าเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่มีพยานมาสืบซึ่งเป็นคนละกรณีกัน
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี