คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นพนักงานป่าไม้จัดหวัดนครสวรรค์ จำเลยได้บังอาจปลอมลายมือชื่อของนายฉาย อาจจำเนียร ลงในด้านหลังใบเสร็จเก็บเงินค่าภาคหลวงไม้ฟืน ในนามของผู้มอบขายสิทธิที่จะทำฟืนและนำฟืนเคลื่อน ที่ผ่านด่านป่าไม้ และจำเลยนำเอาใบเสร็จดังกล่าวไปขายให้แก่นายแดง ฯลฯ จึงขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๒๒, ๒๒๔, ๒๒๗. จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่า จำเลยปลอมด้วยตนเองแต่ฟังว่าจำเลยได้นำใบสำคัญที่รู้อยู่ว่า ปลอมมาขายให้แก่นายเต็ง จึงมี ความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๒๒ และ ๒๒๗ โยนไปให้ลงโทษตามมาตรา ๒๒๔ พิพากษาให้จำคุกจำเลย ๒ ปี
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยเป็นตัวการในการปลอมหนังสือด้วยแต่ไม่มีผิดฐานใช้หนังสือปลอม จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลย มีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๒๒, ๒๒๔ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี.
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาคัดค้านข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยปลอมชื่อนายฉายในหลังใบเสร็จ เก็บเงินค่าภาคหลวง และจำเลยนำเอาใบ เสร็จนั้นไปขายให้แก่นายเต็ง ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๒๒, ๒๒๔, ๒๒๗ เป็น ๒ ฐาน ศาลชั้นต้นยึดเอา เหตุที่ไม่ได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมเอง จึงลงโทษในฐานใช้หนังสือปลอม คือการขายใบเสร็จนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นไป ว่าการขายใบเสร็จนั้นไม่ใช่การใช้หนังสือปลอม แต่การที่จำเลยไปเอาลายเซ็นปลอมมาให้นั้นเป็นความผิดฐานปลอม หนังสือ และต่างก็ลงโทษจำเลยมาตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้ จะว่าเป็นการผิดหรือนอกเหนือจากหลักฐานคำพยาน ในห้องสำนวนหาได้ไม่
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน./