คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้ราคาสินค้าที่ค้าง 134,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 134,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจช่วงเอกสารหมาย จ.3 อากรแสตมป์มิได้มีการขีดฆ่าและลงวันที่นั้นก็ปรากฏว่ามีการขีดฆ่าอากรแสตมป์แล้ว เพียงแต่มิได้ลงวันที่เท่านั้น เห็นว่าการระบุวันเดือนปีพร้อมกับขีดฆ่านั้นเพียงมุ่งหมายให้ทราบว่าได้มีการปิดและขีดฆ่าเมื่อใดเท่านั้นเมื่อเอกสารฉบับนี้ได้มีการขีดฆ่าอากรแสตมป์ก่อนมีคำพิพากษาแล้วเช่นนี้แม้จะไม่ได้ลงวันที่ที่ขีดฆ่าก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118ส่วนปัญหาเรื่องการทวงถามนั้น จำเลยฎีกาว่า โจทก์ต้องทวงถามก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ เห็นว่า โจทก์นำสืบแล้วว่าการซื้อขายสินค้ารายนี้ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ 60 วัน นับแต่วันที่ส่งมอบสินค้า เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดย่อมได้ชื่อว่าผิดนัดแล้ว ดังนี้ ไม่ว่าโจทก์จะได้ทวงถามก่อนแล้วหรือไม่ย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปพิพากษายืน.