Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีแพ่งคู่ความไม่จำเป็นต้องยกบทกฎหมายขึ้นมากล่าวอ้างในคำฟ้องหรือคำให้การ เพียงแต่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงก็พอแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจยกบทกฎหมายขึ้นมาปรับแก่คดีตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ คดีนี้โจทก์กล่าวไว้ในคำฟ้องว่าโจทก์ซื้อที่ดินที่ น. จัดสรร เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องและฟังได้ว่า ที่ดินพิพาท น. ซื้อมาเพื่อทำเป็นทางให้ผู้ซื้อที่ดินจากการจัดสรรใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะ การที่ศาลล่างทั้งสองยกเอาบทกฎหมายคือ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 มาปรับกับข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความแล้ววินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นการพิพากษานอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๓๐๐๕ โจทก์ที่ ๒ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๙๙๔ และ ๓๒๙๙๕ จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๕๐๓ แต่เดิม น. บิดาจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดสรรที่ดินขายให้คนทั่วไปได้ยินยอมให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๑๗๕ เป็นทางภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๙๙๔ และ ๓๒๙๙๕ เพื่อจุดประสงค์ให้ผู้ซื้อที่ดินใช้เป็นทางเข้าออกไปสู่ถนนสาธารณะไปเชื่อมต่อกับทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๕๐๓ เมื่อปี ๒๕๓๔ จำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๕๐๓ จำเลยรู้อยู่แล้วว่ามีทางภาระจำยอมอยู่ในที่ดินโฉนดดังกล่าว โจทก์ทั้งสองได้รับโอนกรรมสิทธิ์และใช้ทางเดินดังกล่าวต่อมาจากเจ้าของเดิมที่ซื้อที่ดินจัดสรรของบิดาจำเลยเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว

ต่อมาจำเลยได้สร้างด่านเก็บเงิน ณ จุดผ่านเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิ ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยนำเอาทางภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๕๐๓ ไปจดทะเบียนภาระจำยอมเรื่องทางเดินต่อเจ้าพนักงานที่ดิน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยรื้อถอนด่านเก็บเงินที่กีดขวางทางเดินภาระจำยอมดังกล่าว

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๕๐๓ ไม่ได้เป็นทางภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๓๐๐๕ ของโจทก์ที่ ๑ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๙๙๔ และ ๓๒๙๙๕ ของโจทก์ที่ ๒ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๑๗๕ แต่อย่างใด โจทก์ทั้งสองจึงไม่ได้สิทธิเกี่ยวกับทางภาระจำยอม จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยไปจดทะเบียนเป็นทางภาระจำยอมและรื้อถอนด่านเก็บเงิน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๕๐๓ ตกเป็นทางภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๓๐๐๕, ๓๒๙๙๔ และ ๓๒๙๙๕ ให้จำเลยรื้อถอนด่านเก็บเงินที่กีดขวางทางภาระจำยอม ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าได้ภาระจำยอมโดยการใช้ทางเดิน ๑๐ ปี ไม่ได้บรรยายหรือกล่าวอ้างเกี่ยวกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๘๖ และไม่ได้นำสืบในประเด็นนี้ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๓ หยิบยกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวขึ้นมาวินิจฉัย จึงเป็นการพิพากษานอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ทั้งสอง ขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ นั้น โจทก์ทั้งสองกล่าวในฟ้องว่าซื้อที่ดินที่ น. บิดาจำเลยจัดสรรขาย โจทก์ทั้งสองได้ใช้ทางพิพาทต่อจากเจ้าของเดิมรวมระยะเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว และศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ที่ดินพิพาทตกเป็นทางภาระจำยอมของที่ดินของโจทก์ทั้งสองหรือไม่ เพียงใด

ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีแพ่ง คู่ความหาจำเป็นต้องยกบทกฎหมายขึ้นมากล่าวอ้างในคำฟ้องหรือคำให้การไม่ เพียงแต่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงก็พอแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจยกบทกฎหมายขึ้นมาปรับแก่คดีตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ ในเมื่อคดีนี้โจทก์ทั้งสองกล่าวไว้ในคำฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินที่ น. จัดสรร เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่โจทก์ทั้งสองกล่าวไว้ในคำฟ้องและฟังได้ว่าที่ดินพิพาท น. ซื้อมาเพื่อทำเป็นทางให้ผู้ซื้อที่ดินจากการจัดสรรใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะ ดังนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองยกเอาบทกฎหมายคือ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๖ มาปรับกับข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความแล้ววินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสองตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นการพิพากษานอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น?

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสอง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สบโชค สุขารมณ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายประกอบ ลีนะเปสนันท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายชนะ ภาสกานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273/2568

แม้ ฮ. มีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ ฮ.ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้