Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์ เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องคดีขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ในการใช้ตึกแถวจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมออกจากตึกแถว และยอมใช้ค่าเสียหาย ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยบรรยายฟ้องว่า ในวันที่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวที่เช่า โจทก์ได้ตรวจดูอาคารปรากฏว่ากระเบื้องกันสาดด้านหน้าถูกรื้อออกหมด กระเบื้องหลังคาถูกรื้อไปบางส่วนประตูเหล็กด้านหน้าชำรุดเสียหาย ซึ่งจำเลยมีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหาย มิใช่ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติดังนี้ คำบรรยายฟ้องดังกล่าวย่อมคลุมถึงความเสียหายทั้งที่เกิดจากสัญญาเช่า ซึ่งจำเลยต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 และเกิดจากการละเมิดตาม มาตรา 420 เมื่อศาลฟังว่าการที่ประตูเหล็กผุกร่อนนั้น มิใช่เพราะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่เป็นเพราะจำเลยไม่สงวนรักษาทรัพย์สินที่เช่าจึงให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องซ่อมแซม จึงตรงตามประเด็นแล้ว ไม่เป็นการนอกฟ้องและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีก่อนเป็นเรื่องจำเลยไม่คืนทรัพย์ที่เช่า อันเป็นค่าเสียหายคนละมูลกรณีกับค่าเสียหายเกี่ยวกับประตูเหล็กในคดีนี้ ค่าเสียหายในคดีนี้จึงไม่ระงับสิ้นไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย โดยจำเลยยอมออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และยอมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 3,600 บาท ต่อมาในวันที่จำเลยขนย้ายออกไปโจทก์พบว่าอาคารเสียหายหลายรายการ โดยจำเลยมีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหาย จึงขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวรวมทั้งค่าไฟฟ้าและน้ำประปาจำเลยให้การว่า ความเสียหายตามฟ้องเป็นผลโดยตรงจากการใช้ทรัพย์สิน เช่นวิญญูชนทั่วไป และระวังสิ้นไปแล้วโดยผลของสัญญาประนีประนอมในคดีก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 2,679.80 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อแรกว่าที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับประตูเหล็กด้านหน้า เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วโจทก์บรรยายฟ้องว่า ในวันที่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวที่เช่าโจทก์ได้ตรวจดูอาคารปรากฏว่ามีการชำรุดเสียหาย ห้องน้ำ ห้องส้วมอุดตัน กระเบื้องกันสาดด้านหน้าถูกรื้อออกทั้งหมด กระเบื้องหลังคาถูกรื้อไปบางส่วน ประตูเหล็กด้านหน้าชำรุดเสียหาย ซึ่งจำเลยมีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหาย มิใช่ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ คำบรรยายฟ้องเช่นนี้ย่อมคลุมถึงความเสียหายทั้งที่เกิดจากสัญญาเช่าที่จำเลยต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 และทั้งที่เกิดจากการละเมิดตามมาตรา 420 ศาลชั้นต้นเชื่อว่าเพราะจำเลยที่ 1 ปิดประตูไว้ตลอดเวลาทำให้เหล็กผุกร่อนมากกว่าปกติ ถือว่าไม่สงวนรักษาทรัพย์สินที่เช่า เป็นการฟ้องข้อเท็จจริงว่า

การที่ประตูผุกร่อนมิใช่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาตามคำให้การต่อสู้ของจำเลย ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องซ่อมแซมเป็นเงิน 2,000 บาท ตรงตามประเด็นแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ค่าเสียหายเกี่ยวกับประตูเหล็กนี้ได้ระงับสิ้นไปโดยผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งแดงที่ 78/2518 ของศาลชั้นต้น เห็นว่าค่าเสียหายตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นเรื่องจำเลยไม่คืนทรัพย์ที่เช่า เป็นคนละมูลกรณีกับค่าเสียหายคดีนี้จึงไม่ระงับสิ้นไป ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพบูลย์ ไวกาสี · วิทูร เทพพิทักษ์ · ประถม วิเชียรเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2540

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ระบุถึง อ.มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกเป็นคดีนี้เท่านั้นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3951/2534

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 3 อนุญาตให้จำเลยที่ 2 นำรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุของจำเลยที่ 2 เข้าแล่นในเส้นทางเดินรถประจำทางของจำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีผลประโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2533

แม้เหตุที่เรือชนกันจะเกิดจากการกระทำโดยประมาทของฝ่ายจำเลย เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แต่ฝ่ายโจทก์ก็มีส่วนกระทำโดยประมาทก่อให้เกิดความเสียหายด้วยโดยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777/2533

ในคดีที่โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยได้กระทำการต่าง ๆ ในที่ดินที่โจทก์ซื้อมาจากผู้มีชื่อเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์นั้น เมื่อปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ซื้อมาเป็นที่ดินที่จำเลยยังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่ โจทก์จึงไม่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2531

โจทก์เรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีเพื่อรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนกับผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ดังนั้น จำเลยร่วมจะต้องรับผิดหรือไม่ จึงขึ้นอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้