Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8322/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์ให้จำเลยครอบครองแทนแต่ที่ดินพิพาทมีเพียง น.ส.2 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินของรัฐชั่วคราว ยังไม่ได้รับคำรับรองว่าได้ทำประโยชน์แล้วตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 มาตรา 9 จึงโอนกันไม่ได้ ฉะนั้นโจทก์จึงไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 2 ซึ่งมีชื่ออยู่ใน น.ส.2 ไปยื่นหรือขอให้เปลี่ยนชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่เจ้าพนักงานที่ดินจะออกให้ตาม น.ส.2 เป็นชื่อโจทก์ได้ จึงพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ไม่ได้ แต่เนื่องจากเป็นคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ และโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องขอให้ห้ามจำเลยเข้าไปรบกวนการครอบครองที่พิพาท จึงเป็นคดีประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จึงมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยที่อยู่บนที่พิพาทได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายสู้ เอกศิลป์เมื่อปี 2501 ถึง 2502 นายสู้ซื้อที่ดินไว้ 7 แปลง และยังบุกเบิกออกไปอีกรวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 117 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวาตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายสู้ให้จำเลยที่ 2 นายชอบ กิ่งแก้ว และนายภิญโญ กิ่งแก้วเป็นผู้แผ้วถางและบุกเบิกที่ดินเพื่อทำสวนยางพาราโดยจ่ายค่าจ้างให้เป็นรายเดือน วันที่ 31 กรกฎาคม 2504 นายสู้ทำหนังสือสัญญากับบุคคลทัั้งสามว่า เมื่อทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินทั้งหมดแล้วจะยกที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2และนายภิญโญคนละ 5 ไร่ และให้นายชอบ 10 ไร่ วันที่31 ธันวาคม 2504 นายชอบทำหนังสือสัญญากับนายสู้ว่านายชอบไม่ขอรับที่ดินแต่จะขอเป็นเงินค่าตอบแทนจากนายสู้ 8,000 บาท

เมื่อนายชอบรับเงินแล้วได้ออกไปจากที่ดินของนายสู้พร้อมกับนายภิญโย ต่อมาจำเลยที่ 2ได้จำเลยที่ 1 เป็นสามี นายสู้ให้จำเลยทั้งสองดูแลที่ดินของนายสู้ต่อไปเมื่อต้นยางพาราสามารถกรีดน้ำยางได้ นายสู้แบ่งผลประโยชน์ให้จำเลยทั้งสอง 1 ใน 3 ปี 2512 นายสู้ขอออกใบจอวง (น.ส.2) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งว่าทางราชการไม่สามารถอกใบจองให้ได้ เพราะนายสู้ เป็นเจ้าของที่ดินแปลงอื่น ๆ หลายแปลงแล้ว การออกใบจองออกให้เฉพาะผู้ที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองเท่านั้น และจะออกให้ไม่เกินคนละ 50 ไร่ นายสู้จึงขอออกใบจองโดยใส่ชื่อโจทก์เนื้อที่ 45 ไร่ และชื่อจำเลยที่ 2 เนื้อที่ 35 ไร่ 40 ตารางวาปี 2531 ทางราชการเดินสำรวจเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในท้องที่ที่ดินของนายสู้ตั้งอยู่

นายสู้จึงไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยแบ่งที่ดินที่ครอบครองเป็น 4 แปลง ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในนามของนายสู้ โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 พนักงานเจ้าหน้าที่ออก น.ส.3 ก. ในนามของนายสู้และจำเลยที่ 1 แล้วส่วนที่ขอออกในนามของโจทก์และจำเลยที่ 2 นั้น พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องรังวัดที่ดินใหม่ ปี 2530 นายสู้จึงนำหลักฐานใบจองที่มีชื่อโจทก์และจำเลยที่ 2 ไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง ระหว่างที่พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์อยู่นั้น วันที่ 18 กุมภาพันธ์2531 นายสู้ถึงแก่ความตาย ศาลมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก เมื่อประมาณปลายปี 2531 จำเลยทั้งสองติดต่อขอให้โจทก์ยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 531 ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือสิทธิแทนนายสู้ให้แก่จำเลยทั้งสองแล้ว

จำเลยที่ 2 จะโอนที่ดินตามใบของที่จำเลยที่ 2ถือสิทธิแทนนายสู้ให้แก่โจทก์ โจทก์ตกลงตามข้อเสนอของจำเลยทั้งสอง และนำสัญญาไปให้จำเลยทั้งสองลงชื่อแต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมลงชื่อ ต่อมาต้นปี 2532 โจทก์ทราบว่าจำเลยทั้งสองให้คนงานเข้าไปกรีดยางในสวนยางพาราในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 531โจทก์จึงห้ามไว้ จำเลยที่ 2 ขอให้โจทก์โอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่มีชื่อจำเลยที่ 1 และที่ดินตามใบจองที่มีชื่อจำเลยที่ 2 ถือสิทธิแทนนายสู้ให้แก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ไม่ยินยอมและแจ้งอายัดที่ดินดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอถลางขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าไปรบกวนการครอบครองที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของนายสู้ ให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนที่ดินตามน.ส.3 ก.

เลขที่ 531 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตเป็นชื่อของโจทก์ ให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในใบจอง(น.ส.2) เลขที่ 8 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตให้เป็นชื่อโจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนเกินกว่าหนึ่งปี โจทก์จึงไม่มีฟ้องเรียกคืนการครอบครองขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 531 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ไปโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาห้ามจำเลยที่ 1 และบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าว

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่พิพาททั้งสองแปลงเป็นของนายสู้ จำเลยทั้งสองถากถางและครอบครองที่พิพาทแทนนายสู้ ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาข้อเดียวว่าโจทก์ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ไปยื่นคำร้องขอให้เปลี่ยนชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอถลาง แล้วดำเนินการออกให้ตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 80เป็นชื่อโจทก์ และห้ามจำเลยที่ 2 และบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าว เห็นว่า ที่ดินดังกล่าวมีเพียง น.ส.2 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินของรัฐชั่วคราวยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้วตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497มาตรา 9 จึงโอนกันไม่ได้ ฉะนั้นจึงไม่อาจบังคับให้จำเลยที่ 2ไปยื่นหรือขอให้เปลี่ยนชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่เจ้าพนักงานที่ดินจะออกให้ตาม น.ส.2 เลขที่ 80 เป็นชื่อโจทก์ได้แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ และโจทก์ได้มีคำขอท้ายฟ้องขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าไปรบกวนการครอบครองที่พิพาท จึงเป็นคดีประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองเมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จึงเห็นสมควรมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยทั้งสองตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยทั้งสองที่อยู่บนที่พิพาททั้งสองแปลงเสียด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองตลอดถึงวงศ์ญาติและบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาททั้งสองแปลงนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273/2568

แม้ ฮ. มีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ ฮ.ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้