Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องมีใจความสำคัญว่าโจทก์ทั้งสองและสามีจำเลยที่ 1กับพวกมีสิทธิใช้ ขารางพิพาทร่วมกัน จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดโดยปิดกั้นขารางพิพาทเป็นเหตุให้โจทก์ได้ รับความเสียหาย ขอให้รื้อถอนสิ่งปิดกั้นขารางพิพาทออกไป ห้ามจำเลยทั้งสามปิดกั้นขารางพิพาทอีก มิได้ฟ้องเรียกที่ดินมาเป็นของโจทก์ ถึง แม้จำเลยที่ 1 ที่ 3 จะให้การว่าขารางพิพาทเป็นของสามีจำเลยที่ 1 จำเลยที่และสามีเป็นคนขุดขึ้น จำเลยทั้งสามจึงมีสิทธิปิดกั้นขารางพิพาทก็ไม่ทำให้กลายเป็น คดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนาเกลือโฉนดเลขที่ 54144 ตำบลนาเกลือ (สงขลา) อำเภอเมืองสมุทรปราการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับผู้อื่นอีกห้าคน ซึ่งแยกจากโฉนดเลขที่4009กับวังขังน้ำและขารางพิพาททางด้านทิศใต้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานหลายสิบปีแล้ว และโจทก์ที่ 1 ยังมีที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 143เนื้อที่ 28 ไร่ อยู่ทางด้านทิศใต้ของวังขังน้ำและขารางพิพาทซึ่งโจทก์ทั้งสองใช้ประกอบอาชีพทำวังเลี้ยงกุ้ง มีช่องทางให้ใช้เรือเข้าออกที่ดินแปลงนี้ทางคลองตรงโดยผ่านขารางพิพาท เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2524 จำเลยทั้งสามได้ปิดกั้นช่องทางที่ขารางพิพาทตามเครื่องหมายกากบาทในแผนที่ท้ายฟ้อง โดยใช้ไม้ปิดกั้นเป็นเหตุให้เรือเข้าออกวังเลี้ยงกุ้งของโจทก์ไม่ได้ช่องทางที่ขารางพิพาทนี้นายเซีย

ล้ำเลิศ สามีจำเลยที่ 1 กับพวกเคยปิดกั้นโจทก์ฟ้องนายเซียกับพวกและได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาลจังหวัดสมุทรปราการในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 55/2516 ตกลงกันว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่ปิดกั้นขารางดังกล่าว และจะช่วยกันบำรุงรักษาการกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการละเมิดสิทธิโจทก์ เมื่อเรือเข้าออกไม่ได้ โจทก์ต้องเดิน เมื่อจับกุ้งปลาในวังเลี้ยงกุ้งแล้วต้องจ้างคนหาบกุ้งปลาไปที่คลองตรงซึ่งเรือจอดอยู่ห่างประมาณครึ่งกิโลเมตร ค่าจ้างหาบถัวเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 80 บาท เมื่อคิดจากวันที่จำเลยละเมิดถึงวันฟ้องเป็นค่าเสียหาย 19,440 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสามรื้อถอนไม้กั้นขารางออกและห้ามมิให้จำเลยกับบริวารปิดกั้นขารางพิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายนับแต่วันกระทำละเมิดถึงวันฟ้อง 19,440 บาท ให้แก่โจทก์และถัดจากวันฟ้องอีกวันละ 80 บาท

จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกไปจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่ใช่เจ้าของขารางพิพาท ขารางพิพาทเป็นของนายเซีย ล้ำเลิศ สามีจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1ขุดขึ้นและครอบครองทำประโยชน์โดยลำพังมาประมาณ 40 ปีแล้วไม่ได้มีขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน โจทก์ไม่มีสิทธิและไม่เคยใช้เรือสัญจรเข้าออกในขารางพิพาทเลย จำเลยทั้งสามไม่เคยปิดกั้นตรงจุดที่มีเครื่องหมายกากบาทในแผนที่ท้ายฟ้อง จำเลยที่ 1ปิดกั้นขารางในที่ดินของจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยเปิดเพื่อนำเรือผ่านเข้าออกในขารางของจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่เคยฟ้องนายเซียเรื่องปิดกั้นขารางพิพาท คดีที่ฟ้องกันนั้นเป็นเรื่องพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและวังขังน้ำทำนาเกลือซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของขารางพิพาทเท่านั้น

การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นการละเมิดสิทธิโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องและเรียกค่าเสียหาย โจทก์ไม่เคยจ้างคนหาบกุ้ง ค่าจ้างหาบกุ้งไม่เกินวันละ 30 บาท เดือนหนึ่งมีกุ้งให้หาบไม่เกิน 8 วัน และเฉพาะบางเดือนเท่านั้น นับแต่วันที่28 กุมภาพันธ์ 2524 ถึงวันฟ้อง โจทก์มีกุ้งหาบไม่เกิน 32 วันค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องเกินความจริงจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนสิ่งปิดกั้นขารางพิพาทตามฟ้องออกไป ห้ามมิให้จำเลยกับบริวารปิดกั้นช่องขารางพิพาทอีกต่อไปให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 8,000 บาทจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า จำเลยทั้งสามต่อสู้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ศาลล่างทั้งสองมิได้สั่งให้ตีราคาที่ดินพิพาทให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลโดยครบถ้วนก่อนที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาและพิพากษาบังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องมีใจความสำคัญว่า โจทก์ทั้งสองและสามีจำเลยที่ 1 กับพวกมีสิทธิใช้ขารางพิพาทร่วมกัน จำเลยทั้งสามกระทำการละเมิดโดยปิดกั้นขารางพิพาทเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้รื้อถอนสิ่งปิดกั้นขารางพิพาทออกไป ห้ามจำเลยทั้งสามปิดกั้นขารางพิพาทอีก มิได้ฟ้องเรียกที่ดินมาเป็นของโจทก์ จึงเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ถึงแม้จำเลยที่ 1 ที่ 3 จะให้การว่าขารางพิพาทเป็นของสามีจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 และสามีเป็นคนขุดขึ้น จำเลยทั้งสามจึงมีสิทธิปิดกั้นขารางพิพาทก็ไม่ทำให้กลายเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่เรียกเก็บค่าขึ้นศาลตามราคาที่ดินชอบแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ประชา บุญวนิช · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4300/2567

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 จำเลยทั้งสองเป็นคู่ความร่วมใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2562

แม้ฟ้องโจทก์ระบุชื่อโจทก์ว่า ฉ. ที่ถึงแก่ความตายไปแล้วซึ่งไม่มีสภาพบุคคล ที่ถูกต้องระบุชื่อคู่ความว่า ล. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ฉ. โจทก์ก็ตาม แต่การบรรยายฟ้องเมื่ออ่านแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า ล. ในฐานะผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 624889)

ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) ได้ เมื่อคู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดสามารถพิสูจน์ได้ว่า คำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทนั้นไม่อยู่ในขอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 616581)

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การดำเนินการทางศาลตามหมวดนี้ ให้ยื่นต่อศาลแพ่งและให้นำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม" และวรรคสอง บัญญัติว่า "ในการนี้ให้พนักงา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้