Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเสพสุราจนเมามากครองสติไม่ได้ ไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้เสียหายหรือผู้ใดในบริเวณที่เกิดเหตุเมื่อเดินออกมาที่ลานบ้านผู้เสียหายจำเลยกดไกปืน ทำให้ปืนลั่นโดยมิได้เจตนาจะยิงทำร้ายผู้ใดแต่เนื่องจากปืนของกลางเป็นปืนยิงเร็วและยิงกระสุนเป็นชุด จำเลยไม่สามารถบังคับทิศทางของกระสุนปืนได้ กระสุนปืนบางนัดจึงถูกบ้านผู้เสียหายหาใช่เจตนายิงใส่บ้านผู้เสียหายไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายกับพวกที่อยู่ในบ้าน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยเสพสุราจนเมามากครองสติไม่ได้ ไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้เสียหายหรือผู้ใดในบริเวณที่เกิดเหตุเมื่อเดินออกมาที่ลานบ้านผู้เสียหายจำเลยกดไกปืน ทำให้ปืนลั่นโดยมิได้เจตนาจะยิงทำร้ายผู้ใดแต่เนื่องจากปืนของกลางเป็นปืนยิงเร็วและยิงกระสุนเป็นชุด จำเลยไม่สามารถบังคับทิศทางของกระสุนปืนได้ กระสุนปืนบางนัดจึงถูกบ้านผู้เสียหายหาใช่เจตนายิงใส่บ้านผู้เสียหายไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายกับพวกที่อยู่ในบ้านศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง คืนของกลางแก่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสวรรคโลก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยกับจ่าสิบตำรวจสมศักดิ์ นามธง ได้ดื่มสุราที่บ้านนางน้อยตั้งแต่เวลาประมาณ 9 นาฬิกา จนถึงเวลาประมาณ 15 นาฬิกา จึงพากันมาดื่มต่อที่บ้านนายฟองและนางประไพรผู้เสียหาย โดยนายฟองได้มาร่วมดื่มสุราด้วย ต่อมานายฟองและจ่าสิบตำรวจสมศักดิ์เมาและนอนหลับอยู่ที่แคร่ใต้ถุนบ้าน จำเลยนั่งดื่มอยู่คนเดียวครั้นเวลาประมาณ 20 นาฬิกาเศษนางประไพรได้มาปลุกนายฟองและจ่าสิบตำรวจสมศักดิ์ขึ้นไปนอน หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง จำเลยออกมาที่ลานบ้านผู้เสียหายแล้วยิงปืนประมาณ 20 นัด กระสุนปืนบางนัดถูกฝาบ้านนางประไพรและถูกเพดานบ้านนางอัมพร สีทอง ผู้เสียหาย

ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่จำเลยยิง ก่อนเกิดเหตุจำเลยไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้เสียหายหรือผู้หนึ่งผู้ใดในบริเวณเกิดเหตุเลย หลังเกิดเหตุแล้ว พันตำรวจตรีประทิน การะเกษ กับพวกไปพบจำเลยนั่งอยู่ที่ร้านวางของขายริมถนนพร้อมปืนของกลางห่างที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จ่าสิบตำรวจสมศักดิ์เบิกความว่าสอบถามจำเลย จำเลยพูดจาไม่รู้เรื่อง นำไปสถานีตำรวจก็ไม่รู้เรื่องและร้อยตำรวจตรีธนยินทร์ เทพรักษา เบิกความว่า ขณะจับกุมจำเลยเมามาก ไม่ได้สอบถามรายละเอียด แสดงให้เห็นว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยเมาสุรามากจนครองสติไม่ได้ จึงน่าเชื่อว่าระหว่างที่จำเลยถือปืนของกลางออกจากใต้ถุนบ้านผู้เสียหายเพื่อเดินไปที่ถนนนั้นเนื่องจากจำเลยไม่สามารถครองสติได้

เมื่อมาถึงลานบ้านผู้เสียหาย จำเลยได้กดไกปืน ทำให้ปืนลั่นขึ้นโดยจำเลยมิได้เจตนาจะยิงทำร้ายผู้ใด แต่เนื่องด้วยจำเลยเมามากและปืนของกลางเป็นปืนยิงกระสุนเป็นชุด จำเลยไม่สามารถบังคับทิศทางของกระสุนปืนได้ กระสุนปืนบางนัดจึงถูกบ้านผู้เสียหาย และหลังจากนั้นด้วยความมึนเมาครองสติไม่ได้ดังกล่าว จำเลยไม่ทราบว่าจะไปไหน จึงได้นั่งพักอยู่ที่ร้านวางของขายริมถนนดังกลาวจนกระทั่งพันตำรวจตรีประทินกับพวกไปพบเข้าและทำการจับกุม นอกจากนี้ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งพันตำรวจตรีประทินทำขึ้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสวรรคโลกในวันรุ่งขึ้น ก็ปรากฏว่าพันตำรวจตรีประทินแจ้งข้อหาจำเลยว่าเสพสุรามึนเมายิงปืนในหมู่บ้านโดยมีเหตุผลอันไม่สมควรและทำให้ทรัพย์สินของนางประไพร

เกิดลาภ นางสมจิตร นามธง และนางอัมพร สีทอง ผู้เสียหายเท่านั้น ไม่มีข้อหาว่าจำเลยพยายามฆ่าบุคคลดังกล่าวเลย ตามพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุผลน่าเชื่อว่า จำเลยยิงปืนในขณะมึนเมาสุราจนครองสติไม่ได้ โดยไม่มีเจตนาฆ่าพวกผู้เสียหายแต่อย่างใดกระสุนบางนัดถูกบ้านของผู้เสียหายโดยบังเอิญ หาใช่จำเลยเจตนายิงใส่บ้านผู้เสียหายแต่ประการใดไม่ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายกับพวกที่อยู่ในบ้านศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2553

จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมาในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดทำจากใบเลื่อยยาวถึง 1 เมตร ฟันบริเวณแสกหน้าของผู้เสียหายที่ 1 แต่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้มือรับไว้ จึงทำให้เอ็นนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้เสีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2553

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล คือ 1) บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณด้านบนศีรษะข้างซ้ายค่อนมาทางกึ่งกลางศีรษะยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ 2) บาดแผลที่ศีรษะด้านขวาเหนือใบหูยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลดศีรษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7139/2553

ขณะเกิดเหตุจำเลยเหน็บอาวุธปืนพกไว้ที่เอวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยตาม โจทก์ร่วมออกมาที่รถดึงประตูด้านคนขับเปิดนั้น จำเลยมีโอกาสดีที่จะชักอาวุธปืนที่เหน็บที่เอวออกมายิงใส่โจทก์ร่วมซึ่งจะสามารถฆ่าโจทก์ร่วม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้